เมื่อ : 29 ก.ค. 2568

วานนี้ ( 28 กรกฎาคม 2568ฉ เวลา 20.00 น. ณ เกโลรา บุง การ์โน สเตเดียม ประเทศอินโดนีเซีย การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2025 นัดชิงอันดับที่ 3 ทีมชาติไทย U23 ลงสนามพบกับ ทีมชาติฟิลิปปินส์ U23
ซึ่งทาง ทีมชาติไทย U23 แพ้จุดโทษ อินโดนีเซีย เจ้าภาพ ในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่ ฟิลิปปินส์ แพ้ เวียดนาม 1-2

เกมนี้ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน ปรับทัพตำแหน่งเดียวจากนัดก่อน ส่ง ชินวัตร ประจวบมอญ ยืนกองหน้าร่วมกับ ยศกร บูรพา โดยมี สิทธา บุญหล้า กัปตันทีม คอยคุมแดนกลาง

เริ่มเกม นาทีที่ 20 ไทย มีโอกาสลุ้นยิงประตูขึ้นนำ พันธมิตร ประพันธ์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ บอลมาถึง สิรภพ วันดี ได้ยิงด้วยซ้ายเฉียดเสาออกไป

จากนั้นนาทีที่ 29 ไทย มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 สิทธา บุญหล้า เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษมาถึง พันธมิตร ประพันธ์ ได้ล้มตัวจริงด้วยซ้ายเข้าไป

ต่อมานาทีที่ 36 ไทย มีจังหวะลุ้นทำประตูหนีห่าง ยศกร บูรพา จ่ายบอลทะลุช่องมาให้ สิรภพ วันดี ได้ยิงด้วยซ้ายไปติดเซฟผู้รักษาประตูฟิลิปปินส์ปัดออกหลังไป ทำให้จบครึ่งแรก ไทย ขึ้นนำ ฟิลิปปินส์ 1-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 57 ไทย ได้โอกาสลุ้นยิงประตูเพิ่ม จากลูกฟรีคิก ชัยพล อดทน เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษมาถึง ภัทรพล ศึกษากิจ ได้ล้มตัวโหม่งไปติดเซฟผู้รักษาประตูฟิลิปปินส์ปัดออกหลังไป

นาทีที่ 61 ไทย เปลี่ยนตัวครั้งแรกพร้อมกันสองคน ส่ง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า และ ธีรภัทร ปรือทอง ลงมาแทน พันธมิตร ประพันธ์ และ ชินวัตร ประจวบมอญ

ก่อนที่นาที 74 ไทย มาได้ประตูขึ้นนำห่างเป็น 2-0 ยศกร บูรพา จ่ายบอลต่อมาให้ สิรภพ วันดี ที่วิ่งเติมขึ้นมายิงด้วยซ้ายเสียบเสาเข้าไป

จากนั้นนาทีที่ 78 ฟิลิปปินส์ มาได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1-2 จากการโหม่งของ โอตู บานาเตา

ต่อมานาทีที่ 86 ไทย มาบวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-1 ชัยพล อดทน จ่ายบอลต่อมาให้ เสกสรรค์ ราตรี ตัวสำรองได้ยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไป

จบเกม ทีมชาติไทย U23 เอาชนะ ฟิลิปปินส์ U23 ไปด้วยสกอร์ 3-1 คว้าอันดับที่สามไปครองในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2025

หลังจากนี้ ทีมชาติไทย U23 จะเดินทางกลับประเทไทยโดยจะถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.30 น. และจากนั้นทีมงานสตาฟโค้ชจะมีการประชุมกันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ซึ่งไทย อยู่ในกลุ่มเอฟ ร่วมกับ มาเลเซีย เลบานอน และ มองโกเลีย จะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2568 

รายชื่อ 11 ตัวจริง

ศรวัสย์ โพธิ์สมัน (GK) ภัทรพล ศึกษากิจ สิทธา บุญหล้า (C) ยศกร บูรพา ชินวัตร ประจวบมอญ สิรภพ วันดี พันธมิตร ประพันธ์ ชัยพล อดทน พิชิตชัย เศียรกระโทก พลเอก มณีกร สพล น้อยวงษ์

 

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทย #U23 #ASEANU23

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Sport
ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามสำหรับงานแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติ International Fencing Cup 2024 ครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นโดยชมรม Ying Fencing Club ซึ่งจัดการแข่งขันกีฬาฟันดาบครั้งใหญ่ โดยมีนักกีฬาฟันดาบนานาชาติเข้าร่วมกว่า 800 คนจาก 13 ประเทศ และเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่จัดให้มีนักกีฬาอายุ 6 ขวบได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน โดยงานจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และวันอาทิตย์ที่ 1ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ (หรือเดิมคือ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า) โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานมี พลโทโชคชัย พลสมัคร กรรมการสมาคมฯ. พร้อมด้วย คุณVictor K.Lau คุณพานุศักดิ์ พลาวัสถ์พงษ์คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ให้การต้อนรับ. ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวเปิดงานในส่วนของสมาคมกีฬาฟันดาบฯ ดังนี้ “ในส่วนของ สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ขอขอบคุณชมรมสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจดํารงตําแหน่ง นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ สมัยวาระ ปี 2567 ถึงปี 2571 สําหรับบทบาทของ สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ เรามุ่งมั่นนักกีฬาฟันดาบของไทยในทุกรุ่นอายุ ตั้งแต่ระดับยุวชน เยาวชน รุ่นทั่วไป รวมถึงรุ่นอาวุโส ให้มีความเป็นเลิศทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงในระดับ เอเชีย และระดับโลกอีกด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคบ้านเรา ยังคงมีความมุ่งหวังอย่างแรงกล้า ให้ประเทศไทยได้กลับขึ้นมาเป็นเจ้าอาเซียนอีกครั้ง นอกจากนี้ทางสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ยังมุ่งมั่นเผยแพร่กีฬา ฟันดาบ ให้กระจายสู่ทั่วทุกภูมิภาคของเมืองไทย เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้จัก และหันมาเล่นกีฬาฟันดาบกันมากขึ้นโดยเฉพาะในรุ่นยุวชน และเยาวชน ซึ่งเป็นผลดีต่อทุกภาคส่วน. เพื่อให้สมาคมฯ ได้เฟ้นหานักกีฬาช้างเผือกจากพื้นที่ห่างไกล และเป็นการเปิดโอกาสในด้านความเป็นเลิศของนักกีฬา รวมถึงโอกาสทางการศึกษาของนักกีฬา ที่อยู่ในต่างจังหวัดอีกด้วย” ภายในงานได้รับเกียรติจากนักกีฬาฟันดาบระดับโลกมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน อาทิ คุณ Zhang Ying ผู้ชนะเหรียญทองจากรายการชิงแชมป์โลกจากจีน และ ทีมโค้ชแชมป์โลกจากนานาชาติ อาทิ โค้ช Hamed Sedaghati อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิหร่าน และ Fabien Maumus อดีตนักกีฬาทีมฝรั่งเศส ฯลฯ ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่สำคัญมี 2 โค้ช ไทยผู้สร้างแรงบันดาลใจในงานนี้ คือ “โค้ชปุ๊ย” นันทา จันทสุวรรณสิน ผู้ฝึกสอนของชมรมYing Fencing Club ผู้ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนของ “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบคนแรกของโลก ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้ชาติไทยเจ้าของ 3 เหรียญทองพาราลิมปิกครบทั้ง 3 ประเภทดาบ. และท่านอาจารย์ ชาติชาย (พลโท ชาติชาย เกษมวงศ์) อุปนายกสมาคมกีฬาฟันดาบ โค้ชไทยที่อุทิศชีวิตและจิตวิญญาณให้กับกีฬาฟันดาบ โดยท่านได้เป็นอาสาสมัครไปเดินทางไปฝึกสอนและสร้างนักกีฬาในชนบทที่ขาดโอกาสและทุนทรัพย์ใ นการเข้าถึงกีฬาฟันดาบให้ได้มีโอกาสในการเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย. ก็ได้พานักกีฬาฟันดาบจากท้องถิ่น เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญครั้งนี้ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาฟันดาบรุ่นอายุ 6 ขวบมาร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และเป็นก้าวย่างสำคัญในการพัฒนาของวงการฟันดาบแห่งประเทศไทย งานนี้ทำให้ต่างชาติมองเห็นว่าเมืองไทยเราสามารถจัดการแข่งขันระดับกีฬาฟันดาบในระดับนานาชาติได้จริง เพราะมีความพร้อมทั้งระบบการจัดการ สถานที่จัดงานรองรับผู้เข้าชมงานได้เป็นจำนวนมาก โดยท่านนายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ มีความต้องการจะสนับสนุนและยกระดับนักกีฬาฟันดาบในประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงกีฬาฟันดาบ โดยมีโค้ชระดับโลกเข้ามาสอน และจะผลักดันเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนกีฬาฟันดาบ ซึ่งสมาคมกีฬาฟันดาบของไทยปัจจุบันนี้มีนักกีฬาอายุ 6 ขวบไปแข่งกับ 8 ขวบได้ที่ 3 กลับมา ไปร่วมแข่งที่เซี่ยงไฮ้ จนได้ที่ 2 กลับมา และไปร่วมแข่งกับ นานาชาติก็ได้รับรางวัลกลับมา ซึ่งสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้. จากการเริ่มต้นในการจัดงานแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติครั้งนี้ ทางสมาคมขอขอบคุณ แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอฟบีที และ ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในการให้การสนับสนุนในการจัดการแข่งขัน และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเข้าร่วมสนับสนุนในการจัดงานครั้งต่อไปเพื่อให้กีฬาฟันดาบของประเทศไทยมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องอย่างแท้จริง
02 ธ.ค. 2567