เมื่อ : 24 พ.ย. 2568

ศึกซูเปอร์ไบค์มาตรฐานโลก “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2025” รูดม่านปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยเกมการลุ้นแชมป์สุดมันส์ทุกรุ่นในเรซสุดท้าย โดย ”มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว นักบิดดาวรุ่งจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส เข้าวินส่งท้ายปี ขณะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ผงาดแชมป์ประจำปีรุ่นใหญ่ ด้าน นธีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม คว้าชัย ซูเปอร์สต็อกพร้อมครองแชมป์ประจำปี ส่วน ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นที พีทีที ลูบริแคนท์ส ครองบัลลังก์ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี 
.
การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2025 สนามสุดท้าย ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซสุดท้ายของปี วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การติดตามของแฟนมอเตอร์สปอร์ตกับการลุ้นแชมป์ประจำปีของทุกรุ่น
.
รุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี ยังคงเข้มข้นเหมือนเดิม แม้ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดจอมเก๋าจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม จะคว้าแชมป์ประเทศไทยไปครองได้สำเร็จ หลังซิวชัยชนะในเรซที่ 1 ไปครองแล้วก็ตาม
.
ในเรซที่ 2 นักบิดดาวรุ่งอย่าง ”มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ทะยานออกนำตั้งแต่ต้นเรซ ก่อนจะบิดคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 19 นาที 25.887 วินาที เหนือ อภิวัฒน์ อันดับ 2 อยู่ 2.239 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ มาร์วิน ฟริตซ์ นักบิดเอ็นดูรานซ์แชมป์โลกชาวเยอรมันจาก บัตเลอร์ การาจ เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 13.430 วินาที ขณะที่ “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช จาก เรปโซล อาร์-ซีรีส์ ทีม พลาดล้มต้องออกจากการแข่งขันในช่วงต้นเรซ
.
ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1000 ซีซี เป็นการดวลกันอย่างสนุกของแคนดิเดตลุ้นแชมป์ประจำปีทั้ง 2 คน อย่าง นธีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส และ ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม โดยทั้งคู่ต่อสู้กันตั้งแต่ต้นเรซจนครบ 12 รอบสนาม
.
ผลปรากฏว่า นธีธาร แซงขึ้นนำและคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 20 นาที 11.597 วินาที เฉือน ตะวัน อันดับ 2 เพียง 0.401 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของ ณัฐวุฒิ คำหอม จาก ไบค์ สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.784 วินาที โดยแชมป์ประจำปีในรุ่นนี้ตกเป็นของ นธีธาร ที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล เก็บไปได้มากถึง 116 คะแนน
.
ด้าน “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกวัยรุ่นชื่อดัง ที่ลงแข่งขัน ภายใต้สังกัด ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ที่เพิ่งคว้าโพเดียมแรกในชีวิตจากเรซแรกในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1000 (ST3) มีลุ้นคว้าชัยชนะเต็มตัว หลังเริ่มเกมได้ดี เกิดพลาดล้มในช่วงต้นเรซ แต่ยังใจสู้ลุกขึ้นมาบิดจนจบเรซ ส่วนผู้ชนะในรุ่นนี้ได้แก่ ประวุฒิ สุขสากล
.
ขณะที่เกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เรซสุดท้ายเป็นการไล่บดกันอย่างสุดมันส์ของ 3 นักบิดในกลุ่มหน้า ก่อนที่ ”ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส จะปลดล็อคคว้าชัยชนะให้ตัวเองได้สำเร็จด้วยเวลา 20 นาที 23.628 วินาที เฉือน ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นที พีทีที ลูบริแคนท์ส อันดับ 2 เพียง 0.512 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ”ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.412 วินาที โดยแชมป์ประจำปีตกเป็นของ ต่อศักดิ์ มีทั้งสิ้น 106 คะแนน
.
เกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี ชิงชัยกัน 10 รอบสนาม ชัยชนะเรซสุดท้ายตกเป็นของ “เอิร์ธ” ธุรกิจ บัวผา นักบิดดาวรุ่งจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม ที่ออกตัวได้ดีก่อนบิดนำม้วนเดียวจบด้วยเวลา 19 นาที 2.994 วินาที โดยมี ชนะชัย บุญงาม จาก กิกะไบค์ เรซซิ่ง สเปเชียล พาร์ทส์ ซีวาย มอเตอร์สปอร์ต ไฮ-สปีด สุรินทร์ ทีม เป็นอันดับ 2 ตามหลัง 0.765 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี จาก ไออาร์ซี ดีไอดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ ตามหลัง 2.200 วินาที โดยแชมป์ประจำปีในรุ่นนี้้เป็นของ ธุรกิจ บัวผา ซึ่งเก็บ 90 แต้มเท่ากันกับ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก สปีด800 แต่มีผลงาน “เฮดทูเฮด” ที่เหนือกว่า
.
สำหรับรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี ชัยชนะเปลี่ยนมืออีกครั้ง โดย หนี่ เถียน นักบิดชาวจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 13 นาที 15.357 วินาที เฉือน จื่อ จ้าว ทีมเมทชาวจีนเพียง 0.048 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ทัสมาย คาเรียปป้า นักบิดอินเดียจาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ตามหลัง 0.354 วินาที โดยแชมป์ประจำปีในรุ่นนี้ได้แก่ ทัสมาย ซึ่งเก็บไปทั้งสิ้น 77 คะแนน
.
นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของ เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ ที่บรรจุการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ 2 ชั่วโมงรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1000 ซีซี เอ็นดูรานซ์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสุดสัปดาห์ โดยมีนักแข่ง-ทีมแข่งทั้งไทยและต่างชาติ ตอบรับเข้าร่วมมากมาย
.
ผลปรากฏว่าชัยชนะตกเป็นของ รถแข่ง หมายเลข 11 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส จากผลงานของ 3 นักบิดอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล ภัทรพงศ์ วัชรอยู่ และ ธนาธิป เลิศธนากร เข้าป้ายเป็นคันแรกหลังผ่าน 2 ชั่วโมงเต็ม โดยมีรถแข่งหมายเลข 12 ซึ่งขับโดย พุฒินัฐ สินทรัพย์ พฤฒิพงศ์ ทรัพย์เจริญ และ จักรกฤษณ์ ศุขศรีไพศาล จากทีมเดียวกัน ตามเข้าป้ายเป็นอันดับ 2 ตามหลัง 1 นาที 31.413 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ นักบิดรัสเซียอย่าง โทมัส ลอทาร์ด อเล็กซานเดอร์ คลีเยฟ และ เซอร์เก โปรโครอฟ ในรถแข่งหมายเลข 47 จาก ทีซี เรซซิ่ง ตามหลัง 1 นาที 48.692 วินาที
.
ทั้งนี้ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ฝ่ายจัดการแข่งขัน เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ ประกาศอย่างเป็นทางการ เดินหน้าสร้างสรรค์ความมันส์ต่อไปในฤดูกาลหน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักแข่งไทย และทีมแข่งไทยเพื่อก้าวสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่อง
 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Sport
ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามสำหรับงานแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติ International Fencing Cup 2024 ครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นโดยชมรม Ying Fencing Club ซึ่งจัดการแข่งขันกีฬาฟันดาบครั้งใหญ่ โดยมีนักกีฬาฟันดาบนานาชาติเข้าร่วมกว่า 800 คนจาก 13 ประเทศ และเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่จัดให้มีนักกีฬาอายุ 6 ขวบได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน โดยงานจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และวันอาทิตย์ที่ 1ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ (หรือเดิมคือ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า) โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานมี พลโทโชคชัย พลสมัคร กรรมการสมาคมฯ. พร้อมด้วย คุณVictor K.Lau คุณพานุศักดิ์ พลาวัสถ์พงษ์คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ให้การต้อนรับ. ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวเปิดงานในส่วนของสมาคมกีฬาฟันดาบฯ ดังนี้ “ในส่วนของ สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ขอขอบคุณชมรมสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจดํารงตําแหน่ง นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ สมัยวาระ ปี 2567 ถึงปี 2571 สําหรับบทบาทของ สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ เรามุ่งมั่นนักกีฬาฟันดาบของไทยในทุกรุ่นอายุ ตั้งแต่ระดับยุวชน เยาวชน รุ่นทั่วไป รวมถึงรุ่นอาวุโส ให้มีความเป็นเลิศทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงในระดับ เอเชีย และระดับโลกอีกด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคบ้านเรา ยังคงมีความมุ่งหวังอย่างแรงกล้า ให้ประเทศไทยได้กลับขึ้นมาเป็นเจ้าอาเซียนอีกครั้ง นอกจากนี้ทางสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ยังมุ่งมั่นเผยแพร่กีฬา ฟันดาบ ให้กระจายสู่ทั่วทุกภูมิภาคของเมืองไทย เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้จัก และหันมาเล่นกีฬาฟันดาบกันมากขึ้นโดยเฉพาะในรุ่นยุวชน และเยาวชน ซึ่งเป็นผลดีต่อทุกภาคส่วน. เพื่อให้สมาคมฯ ได้เฟ้นหานักกีฬาช้างเผือกจากพื้นที่ห่างไกล และเป็นการเปิดโอกาสในด้านความเป็นเลิศของนักกีฬา รวมถึงโอกาสทางการศึกษาของนักกีฬา ที่อยู่ในต่างจังหวัดอีกด้วย” ภายในงานได้รับเกียรติจากนักกีฬาฟันดาบระดับโลกมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน อาทิ คุณ Zhang Ying ผู้ชนะเหรียญทองจากรายการชิงแชมป์โลกจากจีน และ ทีมโค้ชแชมป์โลกจากนานาชาติ อาทิ โค้ช Hamed Sedaghati อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิหร่าน และ Fabien Maumus อดีตนักกีฬาทีมฝรั่งเศส ฯลฯ ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่สำคัญมี 2 โค้ช ไทยผู้สร้างแรงบันดาลใจในงานนี้ คือ “โค้ชปุ๊ย” นันทา จันทสุวรรณสิน ผู้ฝึกสอนของชมรมYing Fencing Club ผู้ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนของ “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบคนแรกของโลก ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้ชาติไทยเจ้าของ 3 เหรียญทองพาราลิมปิกครบทั้ง 3 ประเภทดาบ. และท่านอาจารย์ ชาติชาย (พลโท ชาติชาย เกษมวงศ์) อุปนายกสมาคมกีฬาฟันดาบ โค้ชไทยที่อุทิศชีวิตและจิตวิญญาณให้กับกีฬาฟันดาบ โดยท่านได้เป็นอาสาสมัครไปเดินทางไปฝึกสอนและสร้างนักกีฬาในชนบทที่ขาดโอกาสและทุนทรัพย์ใ นการเข้าถึงกีฬาฟันดาบให้ได้มีโอกาสในการเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย. ก็ได้พานักกีฬาฟันดาบจากท้องถิ่น เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญครั้งนี้ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาฟันดาบรุ่นอายุ 6 ขวบมาร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และเป็นก้าวย่างสำคัญในการพัฒนาของวงการฟันดาบแห่งประเทศไทย งานนี้ทำให้ต่างชาติมองเห็นว่าเมืองไทยเราสามารถจัดการแข่งขันระดับกีฬาฟันดาบในระดับนานาชาติได้จริง เพราะมีความพร้อมทั้งระบบการจัดการ สถานที่จัดงานรองรับผู้เข้าชมงานได้เป็นจำนวนมาก โดยท่านนายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ มีความต้องการจะสนับสนุนและยกระดับนักกีฬาฟันดาบในประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงกีฬาฟันดาบ โดยมีโค้ชระดับโลกเข้ามาสอน และจะผลักดันเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนกีฬาฟันดาบ ซึ่งสมาคมกีฬาฟันดาบของไทยปัจจุบันนี้มีนักกีฬาอายุ 6 ขวบไปแข่งกับ 8 ขวบได้ที่ 3 กลับมา ไปร่วมแข่งที่เซี่ยงไฮ้ จนได้ที่ 2 กลับมา และไปร่วมแข่งกับ นานาชาติก็ได้รับรางวัลกลับมา ซึ่งสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้. จากการเริ่มต้นในการจัดงานแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติครั้งนี้ ทางสมาคมขอขอบคุณ แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอฟบีที และ ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในการให้การสนับสนุนในการจัดการแข่งขัน และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเข้าร่วมสนับสนุนในการจัดงานครั้งต่อไปเพื่อให้กีฬาฟันดาบของประเทศไทยมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องอย่างแท้จริง
02 ธ.ค. 2567