เมื่อ : 27 พ.ย. 2568

น้ำท่วมปัตตานีวิกฤตต่อเนื่อง มวลน้ำมหาศาลจากยะลาไหลทะลักลงสมทบแม่น้ำปัตตานีส่งผลให้ชุมชนริมคลองจมน้ำสูง 1-2 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก
.
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานียังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังมวลน้ำจำนวนมหาศาลจากจังหวัดยะลายังคงไหลสมทบลงในแม่น้ำปัตตานีไม่ขาดสาย ส่งผลให้หลายพื้นที่ริมแม่น้ำได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง
.
ชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใน บ้านชั้นเดียว ต้องเร่งอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของแต่ละอำเภอ เนื่องจากน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ขณะเดียวกันถนนหลายสายถูกน้ำตัดขาด ทำให้หลายชุมชนต้องใช้ เรือเป็นยานพาหนะเพียงชนิดเดียว สำหรับการเข้าออกหมู่บ้าน
.
นอกจากนี้ยังประสบปัญหาด้านอาหาร เนื่องจากเสบียงที่กักตุนไว้ก่อนหน้านี้เริ่มหมดลง ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องรอการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและองค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน
.
โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนริมคลอง ตำบลจะบังติกกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีและตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำได้เพิ่มสูงถึง 1-2 เมตร ถนนหลายสายจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด อีกทั้งกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้การเดินทางเข้าออกเป็นไปด้วยความลำบากอย่างมาก บ้านเรือนที่เป็นบ้านชั้นเดียวไม่สามารถอยู่อาศัยได้ 
.
ชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติหรือย้ายขึ้นที่สูง เหลือเพียงทรัพย์สินบางส่วนที่ยังคงอยู่ในบ้านซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของอุปโภคบริโภคจำนวนมากถูกน้ำท่วมจนหมดสภาพ โดยการท่วมครั้งนี้ถือว่า หนักกว่าปี 2567 ที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนริมคลองมีครัวเรือนทั้งหมด 553 ครัวเรือน ประชากร 1688 คน ต่างได้รับผลกระทบแทบทุกครอบครัว
.
โดยชาวบ้านจำเป็นต้องรอการเข้าช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องเรือรับ-ส่ง การจัดเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค
.
ขณะทีเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและประเมินความต้องการเร่งด่วนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับน้ำยังไม่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากยังคงมีมวลน้ำจากตอนเหนือไหลสมทบเข้าสู่ตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง
.
นายอลงกรณ์ คลังขล้อง ปลัดอำเภอยะหริ่ง และเป็นชาวชุมชนริมคลองซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ภายในบ้านของผมชั้นล่างถูกน้ำท่วมจนถึงระดับหัวเข่า ส่วนบริเวณหน้าบ้านระดับน้ำสูงถึงเอว แต่ยังพออาศัยอยู่ชั้นบนได้เนื่องจากเป็นบ้านสองชั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีบ้านของชาวบ้านอีกหลายหลังที่เป็นบ้านชั้นเดียว จำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ เพราะห้องน้ำไม่สามารถใช้การได้ และหากน้ำประปาหยุดไหลก็จะเกิดความเดือดร้อนมากขึ้น
.
นายอลงกรณ์ เผยตอนท้ายว่า ขณะนี้ยังรู้สึกกังวลว่าระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นอีก แม้ว่าทางจังหวัดจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่องก็ตาม หลังน้ำลดเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการเยียวยาตามขั้นตอน

ตอนนี้หน่วยงานภาครัฐได้ลงพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือแล้ว โดยเฉพาะการนำถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้ประชาชนในจุดต่างๆ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นได้มาก

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Thailand Region
จังหวัดอุทัยธานีจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เพื่อรักษาเอกลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี และส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี กระจายรายได้สู่ชุมชน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวอังศนา ลุยจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี นายสิทธิชัย เทพภูษา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พล.ต.ต. ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมงานที่วัดอุโปสถาราม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานีถือเป็นจังหวัดทางประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่ง โดยสถานที่หนึ่งที่มีเอกลักษณ์ริมฝังแม่น้ำ นั่นคือ ”แม่น้ำสะแกกรัง” มีชุมชนชาวแพที่มีวิถีชีวิตผูกพันสายน้ำแห่งนี้ โดยการจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง เพื่อเป็นการรักษาความเป็นเอกลักษณ์คุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเนื่องด้วยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีการย้ายที่ตั้งเมืองจาก ”เมืองอุไทยธานีเก่า” (อำเภอหนองฉาง) มาอยู่บ้านสะแกกรัง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อยู่ใกล้กับริมน้ำสะแกกรังมีความเหมาะสมทางด้านยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านคมนาคมขนส่งและการค้าขาย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2376 โดยนับถึงปีปัจจุบันนี้จะมีอายุครบ 192 ปี จังหวัดอุทัยธานี ขอเชิญเที่ยวงานวิจิตรธานีถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง สัมผัสวิถีชีวิตสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นนุ่งผ้าไทยดื่มด่ำมุมมองใหม่แห่งแม่น้ำสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ภายในงานจะพบกับสินค้าของดีของเด่นจากจังหวัดอุทัยธานี กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยจีน การเดินแบชุดไทยย้อนยุค รำวงย้อนยุค การแสดงละครประกอบเพลง(The Musical) การแสดงดนตรี ชมหนังกลางแปลง3D กิจกรรมล่องเรือท่องเที่ยวชมวิถีแห่งสายน้ำสะแกกรัง กิจกรรมนั่งรถรางเที่ยวชมการประดับตกแต่งไฟ และพบกับ ศิลปินดังมากมาย ภายในงาน 15 สิงหาคม 2568 อ๊อดโฟร์เอส การแสดงโขนตอนศึกนาคบาศ การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้าและมายากล 16 สิงหาคม 2568 การแสดงแดงลิเกกุ้ง สุธิราช รำวงวาไรตี้ แนนซี่ท็อปไลน์คอมโบ การแสดงเชิดสิงโตกวางตุ้งโดดโต๊ะดอกเหมยต่อตัว 17 สิงหาคม 2568 ต่าย อรทัย คู่หูรำวงสามช่า ร่วมสมัย ฟิวส์กิติกรและหน่อย สุธิษา การแสดงเชิดมังกรทองเล่นภาคพื้นดินพลุโอ่งขึ้นเสาพ้นพลุพ่นไฟ
16 ส.ค. 2568