”เจ้าแข็งแกร่ง-เจ้างาบิด”หิวโซออกจากป่าบุกปล้นพังยุ้งข้าวชาวบ้านพังยับ
”เจ้าแข็งแกร่ง-เจ้างาบิด” ช้างป่าเขาอ่างฤาไน ออกจากป่าหากินกลางดึก พังยุ้งข้าวชาวบ้านเสียหายยับ เจ้าหน้าที่ผลักดันกลับเข้าป่าเพื่อความปลอดภัย
.
ชุดจิตอาสาเฝ้าระวังช้างป่าตำบลลาดตะเคียน แจ้งว่า มีช้างป่าจากเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเขาอ่างฤาไนจังหวัดฉะเชิงเทรา พังยุ้งข้าวประชาชนที่บ้านเลขที่ 67/1 หมู่ที่ 7 บ้านหนองตลาด ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังรับแจ้งชุดจิตอาสาลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าช้างป่าได้ออกจากบ้านของประชาชนไปแล้ว
.
ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่หลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านของนายบุญเรือง กุลยาอ้น อายุ 69 ปี ที่ยุ้งข้าวข้างบ้านพังเสียหายและมีถุงปุ๋ยที่ใส่ข้าวเปลือกอยู่ในยุ้งกองอยู่ด้านในซึ่งเป็นข้าวเปลือกเก่า 200 กระสอบ ปุ๋ยข้าวเปลือกใหม่อีกเกือบ 200 กระสอบปุ๋ย บริเวณด้านหน้าพบถุงปุ๋ยที่ใส่ข้าวเปลือกถูกลากออกมาบริเวณด้านนอกกำจัดกระจาย
.
นายบุญเรือง กล่าวว่า ขณะที่ตนเองกับภรรยาและหลานกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนบ้านและได้ยินเสียงสังกะสีดังโครมใหญ่ จึงเอาไฟฉายมาส่องดู ทันใดนั้นหัวใจแทบวายเห็นช้างตัวสูงใหญ่มีงาเกือบ 1 ศอก ยืนสะบัดหูสะบัดถุงข้าวเปลือก จากนั้นวางถุงข้าวเปลือกลงและกินข้าวเปลือก ซึ่งขณะนั้นช้างมองมายังตนเองและพร้อมกับส่งเสียงขู่เสียงดัง ยืนตัวสั่นอยู่ข้างรถอีแต๋นห่างจากยุ้งข้าวที่ช้างกำลังยืนกินข้าวเปลือกอยู่ 20 เมตร ค่อยๆ รวบรวมสติไม่ให้มือสั่นจากนั้นจุดประทัดไล่ช้างออกไปให้พ้นจากยุ้งข้าว และรีบแจ้งชุดจิตอาสากับผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ ชุดจิตอาสาได้มาแกะรอยช้างป่าและผลักดันออกจากหมู่บ้าน และมีคนพบเห็นเจ้างาบิดใช้งวงจับหางเจ้าแข็งแกร่งเดินเข้าป่าอ้อย
.
นายจิรภัทร ท่าข้าม จิตอาสาเฝ้าระวังช้างป่าตำบลลาดตะเคียน กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าช้างพังยุ้งข้าวของประชาชนจึงรีบออกไปตรวจสอบบริเวณข้างบ้านหลังดังกล่าวและพบช้าง 2 ตัวหัวสูงใหญ่มาก อยู่ห่างจากบ้านประชาชนประมาณ 300 เมตร จึงใช้โดรนจับความร้อนบินสำรวจดูพบว่าช้าง 2 ตัว อยู่ในป่าอ้อยและชนกันอยู่ในป่าอ้อยและหนีเข้าป่าไป กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาได้นำโดรนบินสำรวจจึงพบช้าง 2-3 ตัวอยู่ในป่าอ้อยข้างฟาร์มหมูซึ่งห่างจากบ้านเรือนประชาชนประมาณ 500 เมตร ซึ่งได้ทำการผลักดันเจ้าแข็งแกร่งและเจ้างาบิดออกจากพื้นที่ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย
