เมื่อ : 15 ม.ค. 2569

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเมืองปทุมธานีสะท้อนภาพเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน จากเดิมที่ “บ้านใหญ่” และพรรคการเมืองกระแสหลักถือเข็มขัดแชมป์ต่อเนื่องหลายสมัย กระทั่งการเลือกตั้งรอบล่าสุดที่พรรคแนวคิดใหม่ในนาม “พรรคประชาชน” สามารถเจาะเกราะป้องกันและคว้าเก้าอี้ไปครองหลายเขต ทำให้สมดุลอำนาจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
.
การเลือกตั้งปี 2569 จึงเปรียบเหมือน “ไฟต์ล้างตา” ของหลายตระกูลการเมืองดังในจังหวัดปทุมธานี  ในมุมของ “มวยบ้านใหญ่” พรรคเพื่อไทย ส่ง“เต๋า” ศุภชัย นพขำ เบอร์ 1 อดีต สส.ปทุมธานี ขึ้นชกในฐานะผู้ทวงเข็มขัดคืน “มวยบ้านสามโคก” พรรคภูมิใจไทยส่ง ชิดชนก พวงเพ็ชร์ เบอร์ 7 ลงชิงชัย ฝั่ง “มวยกระแส” พรรคประชาชนส่ง วรชิต จันทร์แบบ เบอร์ 2 ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในสนามเขต 2และคงเป็นการขับเคี่ยวกันแค่ 3 เบอร์นี้เท่านั้นเอง
.
น่าจับตาที่สุดคงเป็นเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นการแข่งขันระหว่างตัวแทน 2 บ้านใหญ่จากที่เคยเป็นมิตรกัน ศึกครั้งนี้ต้องมาห้ำหั่นกันเองระหว่าง “ค่ายชาญ พวงเพ็ชร์” ปะทะบ้านใหญ่ค่ายนายกแป๊ะ “ป.นำโชค” ลุงชาญส่งลูกสาว ชิดชนก พวงเพ็ชร์ สวมเสื้อน้ำเงิน ท้าชน “เต๋า” ศุภชัย นพขำ อดีต สส.ปทุมธานี ค่ายสีแดง นอกจากนี้ยังมีแชมป์เก่าค่ายสีส้มส่ง วรชิต จันทร์แบบ (เปา) อดีตผู้สมัคร ส.อบจ.ปทุมฯ เขต อ.สามโคก มาแทน เจษฎา ดนตรีเสนาะ อดีต สส.เขต 2 ที่ย้ายไปลงเขต1 มาร่วมวงในศึกครั้งนี้ด้วย โดยเขต 2 ประกอบด้วย อ.สามโคก และ อ.เมืองปทุมธานี (เฉพาะ ต.บางปรอก ต.บ้านกระแชง ต.บางพูด ต.บ้านกลาง ต.สวนพริกไทย ต.บางพูน และ ต.บางกระดี)
.
เขตเลือกตั้งที่ 2 ปทุมธานี ชาญ พวงเพ็ชร์ ครั้งนี้ถอดเสื้อสีแดงกลับมาใส่เสื้อสีน้ำเงินอีกครั้ง มาครั้งนี้ หมายมั่นปั้นมือ ส่งลูกสาวสุดเลิฟ ชิดชนก พวงเพ็ชร์ ลงชิงชัย เพราะการแบ่งเขตเลือกตั้งในครั้งนี้ มันเข้าทาง บ้านใหญ่สามโคก ที่มีอำเภอสามโคกทั้งอำเภอ แถมมี 2 สจ.ในมือคือ  ศริญญกรณ์ พวงเพ็ชร์ ลูกสาวคนรอง และโนรีย์ นิยมแก้ว เป็นฐานเสียงใน อ.สามโคกอีก ยิ่งทำให้มั่นใจว่า อำเภอสามโคกคะแนนเสียงไม่เป็นรองใคร
.
แต่อย่ามองข้าม วรชิต จันทร์แบบ ผู้สมัครค่ายสีส้ม ก็เป็นลูกหลานชาวสามโคกเหมือนกัน เป็นลูกชายอดีตคนสนิทลุงชาญใจดี ที่ผ่านมาในการลง ส.อบจ เขตอำเภอสามโคก ผลคะแนนก็ไม่ได้ขี้เหร่ เข้าถึงชาวบ้านแบบเดินเคาะประตูบ้านเลยทีเดียว แถมกระแสพรรคตามโพลต่างๆก็ดีอีกด้วย คงไม่ง่ายที่ลุงชาญจะกำคะแนนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
.
ข้ามมาฝั่งบ้านใหญ่เมืองปทุมฯคนเมืองปทุมรู้จัก บ้านใหญ่ “ป.นำโชค” คือสายัณ นพขำหรือ “นายกแป๊ะ”อดีตนายก อบต.บ้านกลาง มาหลายสมัย เรื่องสรรพกำลังและกระสุนดินปืนเป็นที่รู้กันว่า ตระกูล”นพขำ” ไม่เป็นรองใคร และในศึกครั้งนี้ นักการเมืองท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านเทใจรวมตัวกันให้การสนับสนุน “เต๋า” ศุภชัย นพขำ กันอย่างเต็มที่ และด้วยสโลแกน “ราชสีห์เมืองปทุม” ไม่พูดให้ฟัง แต่จะทำให้ดู จนทำให้เต๋า ศุภชัย เป็นขวัญใจวัยรุ่นเมืองปทุมไปค่อนเมือง ด้วยความที่เป็นคนใจถึงพึ่งได้ อ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้มีแม่ยกทุกวัยที่ยังรักและเอ็นดู เต๋า ศุภชัย มากทั้งเขตอำเภอสามโคกและเขตอำเภอเมืองปทุมธานี 
.
ศึกเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 ในครั้งนี้มองดูองค์ประกอบหลายๆด้านแล้ว น้ำหนักเทไปยัง บ้านใหญ่ ป.นำโชค เพราะคู่แข่งทั้ง 2 คน เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ของปทุมธานี ด้วยความเชี่ยวการทำการเมืองแล้ว เต๋า ศุภชัย ยังเป็นต่ออยู่หลายขุมในเรื่องของตัวบุคคล และพรรคเพื่อไทยคงกำชับให้ สุรพงษ์ อึ้งอำพรวิไล ผู้สมัคร เขต 1 ปทุมธานี ซึ่งมีฐานเสียงในเขตอำเภอสามโคก สนับสนุน เต๋า ศุภชัย ประกอบกับในทางลึก พล.ต.ท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก.อบจ.ปทุมธานี ต้องเทใจให้กับหลานเต๋า ศุภชัย อย่างแน่นอน เพราะต้องการสกัด บ้านใหญ่สามโคก ให้ไปไม่ถึงฝัน ในการเลือกตั้งในครั้งนี้ 
.
โดยครั้งนี้ เต๋า ศุภชัย นพขำ ลงพื้นที่ทำการเมืองอย่างต่อเนื่องชูนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนทุกระดับ อาทิ ล้างหนี้ประชาชน หวยเกษียณ ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 % ลดค่าไฟ 3.70 บาท บ้านเพื่อคนไทยรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อไทยทำได้ ประกอบกับคะแนนนิยมที่สูงขึ้นของดร.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ทำให้ฐานเสียงพรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งและเรตติ้งพุ่งกระฉูด ทำให้ เต๋า ศุภชัย นพขำ มีโอกาสมากที่จะทวงแชมป์คืนสำเร็จ
.
ศึกครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองหากแต่เป็นการประลองยุทธ์ระหว่าง “ทุนทางการเมืองเดิม” กับ “การเมืองกระแสใหม่” บนกติกาเดียวกัน คือคะแนนเสียงของประชาชน เปรียบเสมือนกรรมการให้คะแนนรอบเวที ซึ่งพร้อมจะชูมือให้ผู้ที่พิสูจน์ได้ว่าทำงานจริง เข้าใจพื้นที่จริง และตอบโจทย์อนาคตจังหวัดปทุมธานีได้ชัดเจนที่สุด
.
พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ปทุมธานี