เมื่อ : 14 ก.พ. 2569

ตามนโยบาย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งทุกหน่วยใน สตม. เพิ่มความเข้ม X-ray พื้นที่คนต่างชาติ ซึ่งอาจแฝงตัวหลบหนีคดีจากต่างประเทศ หรือเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในไทย โดยมีการระดมชุดสืบสวนประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศและภายในประเทศอย่างใกล้ชิด
.
ล่าสุด พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษก สตม. และ พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม./โฆษก บก.สส.สตม. ร่วมกันเปิดเผยว่า วันนี้ (13 ก.พ.2569 ) เวลาประมาณ 15.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ได้นำหมายค้นของศาลแขวงดอนเมือง บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูย่านสายไหม โดยสงสัยว่าจะมีบุคคลต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้าม และเป็นที่ต้องการตัว ของรัฐบาลต่างประเทศ หลบหนีซุกซ่อนอยู่ในไทย
.
ผลการตรวจค้น สามารถควบคุมตัว Mr.Jingwei (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ซึ่งทาง สอท. สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้ประสานขอความร่วมมือมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สืบสวนติดตามจับกุม Mr.Jingwei ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตซางเฉิง ลง 12 ม.ค.69 กระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยเป็นผู้ร่วมรู้เห็นในกิจกรรมระดมทุนอย่างผิดกฎหมาย จากบุคคลที่ไม่ระบุชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้แผนการ “การให้กู้ยืมแบบใช้เงินทุนส่วนตัว” และ “ส่วนต่างดอกเบี้ย” คดีนี้มีนักลงทุนกว่า 15000 รายที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่ยังไม่ได้รับชำระรวมกว่า 23 พันล้านหยวน (11500 ล้านบาท) 
.
จากกรณีดังกล่าว เข้าลักษณะคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมือง  ซึ่ง พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ได้สั่งเพิกถอนวีซ่า และได้นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. กักตัวไว้รอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป นับเป็นอาชญากรต่างชาติอีกรายที่ทาง สตม. ประสานงานร่วมกับทางการจีน ในการกวาดล้างจับกุม และผลักดันออกนอกประเทศ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดานของคนต่างชาติผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด