เมื่อ : 15 ก.พ. 2569

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม “Thailand Border Watch ครั้งที่ 1 Resilience Skill on Border Collaborative การสร้างพลังภาคีเมืองชายแดน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ที่ห้องประชุมสุขวิช รังสิพล ชั้น 3 โรงแรมนครลำดวนเพลส มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (มรภ.ศรีสะเกษ) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
.
โดยมี ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย การสร้างกลไกความร่วมมือในการขยายผลการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เอมอร แสนภูวา รอง อธิการบดี มรภ.ศรีสะเกษ (ฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา) มรภ.ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน นักวิชาการ นักศึกษา และภาคีเครือข่ายเมืองชายแดน รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม
.
ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า สำหรับโครงการวิจัยได้รับกาสนับสนุนโดยกองทุนส่งเสริม ววน. และ หน่วย บพท. กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโครงการมีโครงการย่อย อีก ๒ โครงการ 
.
คือ โครงการการขยายผลและยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รับผิดชอบโดย รศ.ดร.พิสิษฎ์ มณีโชติ และ คณะ มหาวิทยาลัยนเรศวร และโครงการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ในจังหวัดชายแดน ด้วยการเสริมศักยภาพ องค์ความรู้ หลักสูตรถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต รับผิดชอบโดยอาจารย์ ดร.พงศกร กาวิชัย และคณะมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยโครงการมีพื้นที่วิจัย ครอบคลุม ๒๙ พื้นที่ ครอบคลุมชายแดน ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา และมาเลเซีย 
.
โดยทาง บพท. เห็นว่าเมืองชายแดนมีความสำคัญต่อเศรษกิจโดยรวม คือ มีมูลค่าถึง ๑.๘ ล้านๆบาท แต่อย่างไรก็ตาม พบว่า การพัฒนาเมืองชายยังมีช่องว่างในการพัฒนา คือ การกระจายรายได้ไม่ทั่วถึง โครสร้างพื้นฐาน การศึกษา และการสาธารณสุข เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและการปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม จึงจัดโครงการวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลพื้นฐานและช่องว่างสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดน เพื่อประเมินกลไกการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเดิมที่มีอยู่ 
.
และ หากลไกการขับเคลื่อนใหม่ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อพัฒนากลไกร่วมในการการถ่ายถอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเปิดที่ตรงกับบริบทและความต้องการของการพัฒนาพื้นที่ชายแดน (Open Technology Platform for Border Development) ในการสังเคราะห์วิเคราะห์และขับเคลื่อนเชิงนโยบายสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วน และเพื่อประสานงานและสนับสนุนในขอบเขตงานโปรแกรมยกระเบียงเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนา
.
ส่วนการจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะความยืดหยุ่น (Resilience Skill) ให้กับบุคลากรและชุมชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับความท้าทายในมิติต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือ สร้างกลไก “พลังภาคีเมืองชายแดน” ที่เข้มแข็ง ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการเฝ้าระวังและพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางความยั่งยืน 
.
อย่างไรก็ตาม ผลจากการระดมความคิดเห็น ของการจัดประชุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนในพื้นที่มีความต้องการให้สร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากบนจุดแข็งและโอกาส เกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว การเยียวยาและฟื้นฟูที่เหมาะสม สภาพจิตใจ ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและทักษะในภาวะวิกฤติอีกด้วย.
.
เสนาะ วรรักษ์/รายงาน