ชาวสวนสงขลาเรียกร้องรัฐยกเป็นวาระแห่งชาติกู้วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมดิ่งเหลือ 2 บาท
สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดสงขลากำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต หลังราคาหน้าสวนดิ่งลงเหลือเพียง 2 บาทต่อผล จากเดิมที่เคยขายได้ 10–12 บาท และในช่วงขาดตลาดเคยทะยานเกิน 20 บาทต่อผล สร้างแรงกระแทกทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่การผลิต
.
นายสิริวัฒน์ โหรารัตน์ ประธานกรรมการเครือข่ายภาคประชาสังคมสงขลามหานครมะพร้าวน้ำหอม เปิดเผยว่า ปัจจุบัน จ.สงขลามีต้นมะพร้าวน้ำหอมราว 1 ล้านต้น บนพื้นที่กว่า 13000 ไร่ นับเป็นแหล่งปลูกใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ สทิงพระ สิงหนคร กระแสสินธุ์ และระโนด ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ดินเหนียว น้ำกร่อย เหมาะสมต่อคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
.
ผลผลิตรวมทั้งจังหวัดเฉลี่ยปีละประมาณ 100 ล้านผล มีเงินสะพัด 500–600 ล้านบาทต่อปี แต่วันนี้ตัวเลขเหล่านั้นกำลังสั่นคลอน
.
ขาดทุนแล้วกว่า 1 ล้าน
.
นายสิริวัฒน์ ระบุว่า ในฐานะเจ้าของสวนและผู้ประกอบการล้งรายใหญ่ของจังหวัด ต้องแบกรับภาระขาดทุนกว่า 1 ล้านบาท จากผลผลิต 40 ล้านผล ผ่านล้ง 4 แห่ง เพื่อพยุงราคาช่วยเหลือเกษตรกร ขณะที่หลายสวนไม่มีคู่ค้าประจำ ต้องจำใจขายในราคาต่ำกว่าทุน
.
ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 5 บาทต่อผล แต่ราคาหน้าสวนเหลือเพียง 2–4 บาท ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนทันที ยังไม่รวมต้นทุนแรงงานและการดูแลสวน
.
ออเดอร์หด โรงงานปลูกเอง ตลาดถูกครอบงำ
.
ปัจจัยหลักมาจากคำสั่งซื้อที่ลดลง ทั้งตลาดภายในประเทศและส่งออก โดยตลาดใหญ่คือ จีน สหรัฐ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันโรงงานแปรรูปบางแห่งปรับบทบาทจาก “ผู้รับซื้อ” เป็น “ผู้ลงทุนปลูกเอง” ผ่านการเช่าที่ดิน เช่าซื้อสวน หรือถือครองผ่านนอมินี ทำให้ลดการรับซื้อจากเกษตรกรรายย่อย
.
ผลที่ตามมาคือ มะพร้าวล้นโกดัง ล้นสต๊อก และค้างต้นจำนวนมาก ราคาจึงทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2568
.
แหล่งข่าวผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่ระบุว่า รูปแบบตลาดปัจจุบันไม่ต่างจาก “โมเดลทุเรียน” ที่กลุ่มทุนสามารถควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กำหนดปริมาณรับซื้อและทิศทางส่งออกได้
.
ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ผลผลิตเพิ่มสูงกว่าปกติ หลังปลายปีที่ผ่านมาได้รับน้ำฝนสมบูรณ์ ทะลายหนึ่งจากเดิมเฉลี่ย 10 ผล เพิ่มเป็น 15 ผล ทำให้ซัพพลายทะลัก ขณะที่ดีมานด์ชะลอตัว
.
ท่องเที่ยวซบ กระทบราคาปลีก
.
ด้านนายวิทยา แซ่ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอมเป็นสินค้ายอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยปกติราคาปลีกในเมืองท่องเที่ยวอยู่ที่ 30–35 บาทต่อผล ค่าส่งประมาณ 20 บาทต่อผล
.
แต่ปัจจุบัน เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ความต้องการบริโภคก็หดตัว แม้หน้าสวนขายเพียง 2 บาท แต่ราคาปลีกยังอยู่ราว 30 บาท สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในห่วงโซ่ราคา
.
จี้รัฐดัน “พืชเศรษฐกิจแห่งชาติ”
.
เครือข่ายเกษตรกรเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศมะพร้าวน้ำหอมเป็น “พืชเศรษฐกิจแห่งชาติ” ออกกฎหมายคุ้มครองและกำกับดูแลครบวงจรเช่นเดียวกับยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย พร้อมเสนอให้ประกันราคาขั้นต่ำ 5 บาทต่อผล ซึ่งเป็นเพียงต้นทุนการผลิต
.
ขณะเดียวกัน เครือข่ายได้หารือร่วมกับจังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัด และหน่วยงานเกษตร เพื่อประสานสหกรณ์ทั่วประเทศช่วยรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมระบายสต๊อกชั่วคราว
.
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีมาตรการเร่งด่วน ปัญหาอาจลุกลามจากคาบสมุทรสทิงพระไปสู่พื้นที่ปลูกทั่วประเทศ
.
ท่ามกลางสวนมะพร้าวที่ผลดกเต็มต้น แต่ไร้คนรับซื้อ เสียงสะท้อนจากชาวสวนวันนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราคา หากเป็นคำถามถึง “ความเป็นธรรมในระบบตลาด” ที่พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด.
