นายกฯอนุทินสั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดตั้งรับภัยแล้ง บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการแล้ว ตามประกาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคาดว่าฤดูร้อนจะดำเนินไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มกระทบต่อปริมาณน้ำในหลายพื้นที่
.
ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางรับมือภัยแล้งปี 2569 อย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศบูรณาการทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจทวีความรุนแรง
.
มาตรการสำคัญประกอบด้วย การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำในแหล่งกักเก็บ และความต้องการใช้น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เร่งจัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุภัยแล้งระดับจังหวัด ประสานงานทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร และเอกชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว
.
ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ทุกพื้นที่เตรียมกำลังพล รถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตรวจสอบและซ่อมแซมภาชนะเก็บกักน้ำ ระบบประปาหมู่บ้าน และวางแผนกระจายน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
.
สำหรับ พื้นที่เสี่ยงหรือเริ่มประสบปัญหา ให้เร่งตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นแกนกลางระดมทรัพยากรช่วยเหลือ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมประสานตำรวจและทหารเฝ้าระวังความขัดแย้งจากการแย่งชิงน้ำ และป้องกันอาชญากรรมที่มักเกิดในช่วงฤดูแล้ง
.
นอกจากนี้ ยังให้จัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ เฝ้าระวังโรคที่มากับอากาศร้อน เช่น โรคท้องร่วง อหิวาตกโรค และโรคอาหารเป็นพิษ ควบคู่กับการรณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัดและถูกสุขลักษณะ พร้อมกำชับทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์ต่อกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง
.
ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
