เร่งผลักดันกระบี่–พังงาเขย่าตลาดเกาหลี 1.5 ล้านคนดันบินตรง–ปาล์มน้ำมันสู่บิวตี้โลก
บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสเดินทางเยือนพื้นที่ภายใต้โครงการ “Sawasdee Thailand Fanclub Program” ระหว่างวันที่ 22–26 กุมภาพันธ์ ครอบคลุมจังหวัดกระบี่และพังงา
.
การพบกันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีการ หากแต่คือ “สัญญาณรุก” ของไทยในตลาดเกาหลีใต้ที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง ท่ามกลางตัวเลขนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางเข้าไทยแตะระดับประมาณ 1.5 ล้านคนต่อปี เสน่ห์ของทะเลอันดามัน อาหาร และวัฒนธรรมไทย ยังคงสะกดใจนักเดินทางแดนโสมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระบี่และพังงาที่กลายเป็นหมุดหมายยอดนิยม
.
นายธานี เปิดเผยว่า ภารกิจครั้งนี้มุ่งกระชับความร่วมมือไทย–เกาหลีใต้ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน “เมืองรองภาคใต้ยังมีศักยภาพอีกมาก เราต้องทำให้ชาวเกาหลีใต้เห็นและอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง”
.
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการดึงพลังสื่อใหม่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล คัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชนเกาหลี 9 ราย ลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์จริง ก่อนถ่ายทอดเรื่องราวสู่ผู้ติดตามนับล้าน หวังกระตุ้นกระแสท่องเที่ยวเมืองรองให้แรงยิ่งขึ้น
.
นอกเหนือจากการท่องเที่ยว เวทีหารือยังขยายไปสู่การค้าในภาพใหญ่ ไทยและเกาหลีใต้อยู่ระหว่างเจรจาจัดทำ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม” หรือ CEPA (Thailand–Korea Comprehensive Economic Partnership Agreement) ซึ่งถูกจับตาว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันสินค้าไทย โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ประมง อาหารทะเลแช่แข็ง และผลไม้เมืองร้อน
.
สำหรับภาคใต้ โอกาสใหม่กำลังรออยู่ ผลิตภัณฑ์ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้แปรรูปของกระบี่–พังงา มีศักยภาพขยายตลาดส่งออก หาก CEPA บรรลุผล นี่อาจเป็น “ประตูทอง” ของผู้ประกอบการท้องถิ่น
.
ยิ่งไปกว่านั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ เตรียมเชิญผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม Ignite Thailand–Korea Business Forum 2026 ที่กรุงโซลและนครปูซาน รวมถึงงาน Next Rise Seoul เพื่อเปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพจากกระบี่และพังงา ให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีเกาหลีใต้ ทั้งดิจิทัลไฟแนนซ์ พลังงานสะอาด และไบโอแมสที่ใช้เศษวัสดุเกษตร เช่น ไม้ยางพารา กะลามะพร้าว และทะลายปาล์ม สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้ง
.
อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ภาคธุรกิจกระบี่หยิบยก คือการผลักดัน “ปาล์มน้ำมันกระบี่” สู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางเกาหลีใต้ ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก หากสำเร็จจะเป็นการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่ห่วงโซ่มูลค่าสากล
.
ขณะเดียวกัน เสียงเรียกร้องเรื่อง “เที่ยวบินตรง” จากเกาหลีใต้มายังกระบี่โดยไม่ต้องต่อเครื่อง ถูกยกเป็นวาระเร่งด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล แสดงความพร้อมสนับสนุนและผลักดันในทุกมิติ
.
การเยือนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพถ่ายจับมือ แต่คือก้าวเดินของภาคใต้สู่เวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เมื่อท่องเที่ยว การค้า และนวัตกรรมถูกเชื่อมร้อยเข้าด้วยกัน กระบี่และพังงาอาจไม่ได้เป็นแค่ “เมืองท่องเที่ยว” อีกต่อไป หากแต่กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางโอกาสใหม่ของไทยในสายตาโลก
