เมื่อ : 26 ก.พ. 2569

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี นับเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 43 ภายหลังนายทักษิณถูกคุมขังมาแล้ว 5 เดือน 17 วัน
.
บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกจับตาอย่างหนัก เนื่องจากใกล้ถึงเส้นตายสำคัญของกระบวนการพักการลงโทษ
.
เปิดเงื่อนไขพักโทษ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ
ก่อนหน้านี้ กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า นายทักษิณจะมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการพักการลงโทษ เมื่อรับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับสิทธิพักโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของโทษจำคุก 1 ปี ทั้งนี้ ต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ
.
ตามไทม์ไลน์ที่ระบุ นายทักษิณจะเข้าเกณฑ์พักการลงโทษในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และหากกระบวนการแล้วเสร็จ อาจได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

 

“ยังไม่ได้เตรียมอะไร” แต่ส่งสัญญาณวางมือ
ภายหลังเข้าเยี่ยม น.ส.แพทองธารเปิดเผยเพียงสั้น ๆ ว่า ยังไม่ได้มีการเตรียมการใดเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย การพูดคุยภายในเรือนจำเป็นเรื่องทั่วไป รวมถึงการพูดคุยเรื่องคลิปท่องเที่ยวที่ผ่านมา
.
อย่างไรก็ตาม คำตอบที่ทำให้หลายฝ่ายสะดุด คือคำถามว่า หากได้รับการพักโทษและพ้นจากเรือนจำแล้ว นายทักษิณจะวางมือทางการเมืองหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า “เข้าไปอยู่ 6 เดือนแล้ว น่าจะวางมือแล้ว ไม่มีไม่วางมือหรอกค่ะ”
.
ถ้อยคำสั้น ๆ แต่หนักแน่น กลายเป็นประเด็นทันที เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของนายทักษิณยังคงเป็นแรงสั่นสะเทือนในสมการอำนาจ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศ
.
เกมการเมืองหลัง 11 พฤษภาคม
แม้ขั้นตอนพักโทษยังต้องผ่านด่านพิจารณาอย่างเป็นทางการ แต่การนับถอยหลังสู่วันที่ 10–11 พฤษภาคม 2569 ทำให้สมรภูมิการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวล่วงหน้า
.
คำประกาศ “น่าจะวางมือแล้ว” จะเป็นเพียงถ้อยคำปลอบประโลมสถานการณ์ หรือคือจุดเปลี่ยนจริงของบทบาททางการเมืองชายผู้เป็นศูนย์กลางความขัดแย้งยาวนานกว่าสองทศวรรษ
.
คำตอบสุดท้ายอาจไม่ได้อยู่แค่ในกำแพงเรือนจำ แต่อยู่ที่วันพ้นกำหนด และก้าวแรกหลังประตูเหล็กเปิดออก