เมื่อ : 14 มี.ค. 2569

จังหวัดศรีสะเกษจัดงานยิ่งใหญ่ “เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2569” เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชน 4 เผ่า พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ
.
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 18.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด งานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2569 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ โดยมี นายอนุรัตน์  ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  นางโสภา  ธรรมประจำจิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ  หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
.
นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า งานเทศกาลดอกลำดวนบานจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2531 และในปีนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ได้ร่วมกันจัดงานระหว่างวันที่ 11–15 มีนาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชน 4 เผ่า ได้แก่ ลาว เขมร ส่วย และเยอ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
.
กิจกรรมภายในงานแบ่งเป็น ภาคกลางวัน ซึ่งประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมของชน 4 เผ่า การสาธิตและจำหน่ายอาหารพื้นเมือง การประกวดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การจำหน่ายสินค้า OTOP และผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน
.
ส่วน ภาคกลางคืน เป็นการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง “อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร” ตอน กำเนิดเทวราชา สถาปนาศรีพฤทเธศวร ที่ถ่ายทอดตำนานการสร้างเมืองศรีสะเกษอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศของดอกลำดวนที่กำลังบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณงาน
.
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษถือเป็นดินแดนแห่งอารยธรรมที่เชื่อมโยงกับจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ผามออีแดง และด่านการค้าช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ ซึ่งเป็นประตูการค้าและการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และภูมิภาคอาเซียน
.
พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมือของพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมของชน 4 เผ่า ผ่านกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและการแสดงอันงดงาม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดัน Soft Power ด้านวัฒนธรรม เพื่อยกระดับเมืองท่องเที่ยวรองให้ก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน
.
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ทั้งการอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ เพื่อบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและการท่องเที่ยว
.
การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรมของจังหวัดศรีสะเกษ สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 
.
เสนาะ วรรักษ์/รายงาน