เมื่อ : 16 มี.ค. 2569

“แตงโมหวานยโสธร” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI อย่างเป็นทางการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา หวังดันสินค้าเกษตร สร้างรายได้ที่ยั่งยืน ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
.
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า แตงโมหวานยโสธรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลทรงสวย เปลือกสีเขียวเข้มลายชัด เนื้อสีแดงเข้ม เนื้อแน่นละเอียด กรอบ และให้รสชาติหวานฉ่ำพร้อมกลิ่นหอม ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมของพื้นที่ปลูกในจังหวัดยโสธร
.
พื้นที่ปลูกหลักครอบคลุม 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร อำเภอกุดชุม อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว และอำเภอมหาชนะชัย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำชี มีดินร่วนปนทราย อุดมสมบูรณ์ และระบายน้ำได้ดี เหมาะสมต่อการปลูกแตงโม ประกอบกับสภาพอากาศที่มีแสงแดดเพียงพอ และความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ทำให้ผลแตงโมสามารถสะสมความหวานได้ดี
.
นอกจากปัจจัยด้านธรรมชาติแล้ว ยังผสานกับภูมิปัญญาของเกษตรกรในพื้นที่ที่สืบทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกแตงโมมายาวนาน ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย
.
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า “แตงโมหวานยโสธร” ไม่เพียงเป็นสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญจังหวัดที่ว่า “บั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ” สะท้อนถึงชื่อเสียงของแตงโมที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตชุมชนมาอย่างยาวนาน
.
ในอดีต ชาวบ้านเริ่มปลูกแตงโมเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ก่อนพัฒนาจนกลายเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรในหลายพื้นที่ของจังหวัด
.
การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ทำให้ “แตงโมหวานยโสธร” กลายเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัด โดยก่อนหน้านี้มีสินค้า GI ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และ เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ซึ่งเป็นการขึ้นทะเบียนร่วมกับหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่แตงโมหวานยโสธรถือเป็นสินค้า GI รายการแรกที่เป็นของจังหวัดยโสธรเพียงจังหวัดเดียว
.
ทั้งนี้ ระบบ GI ถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และช่วยปกป้องชื่อสินค้าไม่ให้ถูกนำไปแอบอ้างหรือใช้โดยไม่ถูกต้อง อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและแหล่งที่มาให้กับผู้บริโภค เพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
.
กรมทรัพย์สินทางปัญญามั่นใจว่า การขึ้นทะเบียน GI จะช่วยกระตุ้นให้เกษตรกรและชุมชนในจังหวัดยโสธรร่วมกันรักษามาตรฐานการผลิต พร้อมต่อยอดการพัฒนาสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างรายได้ที่มั่นคง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว