ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ! รวบจีน–ไทย 6 ราย คาห้างดังขณะถอนเงิน ยึดเงินสดกว่า 10 ล้าน
“บิ๊กต๋อง” นำทีมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ รวบ 6 ผู้ต้องหา ยึดเงินสด7 ล้านบาท พร้อมขยายผลยึดทรัพย์อีกกว่า 14 ล้านบาท
.
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ และ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก. สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมแถลงผลการขยายผลคดีแก๊ง Call Center ซึ่งเป็นเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ภายหลังชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ดำเนินการสืบสวนขยายผลจากคดีของ สภ.ปากเกร็ด จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีนและไทยรวม 6 ราย พร้อมเงินสดจำนวน 7 ล้านบาท ขณะร่วมกันถอนเงินสดภายในธนาคารกสิกรไทย สาขาไอคอนสยาม
.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.ย.68 ผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ถูกคนร้ายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาล แจ้งให้ดำเนินการคุ้มครองบัญชีเงินบำนาญ โดยอ้างว่าหากไม่ดำเนินการจะไม่สามารถดูสลิปเงินเดือนได้ พร้อมทั้งขอข้อมูลส่วนตัวและแจ้งว่าจะดำเนินการขอรหัส OTP ให้ล่วงหน้า ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 คนร้ายได้ติดต่อมาอีกครั้ง อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง ให้ผู้เสียหายแอดไลน์เพื่อรับเอกสาร PDPA ซึ่งมีข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ก่อนหลอกให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคารและกรอกข้อมูลตามคำสั่ง โดยให้ใส่เลขเอกสารแทนหมายเลขบัญชี และกรอกรหัสสาขาแทนจำนวนเงิน ส่งผลให้ผู้เสียหายโอนเงินออกจากบัญชีโดยไม่รู้ตัวรวม 2 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 762995 บาท เหตุเกิดภายในบ้านพักพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด
.
ภายหลังทราบว่าถูกหลอก ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความออนไลน์ พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าการโอนครั้งแรกจำนวน 642995 บาท เข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของผู้ต้องหาชาวไทย ก่อนมีการถอนเงินสดออกไป 2 ครั้ง รวม 650000 บาท ส่วนการโอนครั้งที่สองจำนวน 120000 บาท เข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพของผู้ต้องหาอีกคนหนึ่ง จากนั้นมีการโอนต่อผ่านบัญชีและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หลายทอดไปยังบัญชีของผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวไทยและชาวจีน
.
นอกจากนี้ยังพบว่าในวันเดียวกันมีผู้เสียหายที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันอีกกว่า 20 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ชุดสืบสวนจึงเร่งตรวจสอบพิกัด GPS จากรายการเดินบัญชีของผู้ต้องหาชาวจีน จนพบว่ามีการใช้บ้านพักภายในหมู่บ้านกรานต์วดี ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เป็นฐานปฏิบัติการ ก่อนเฝ้าติดตามพฤติการณ์พบว่าผู้ต้องหาจะขับรถไปถอนเงินสดตามธนาคารต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แล้วนำเงินสดไปส่งมอบให้หัวหน้าขบวนการบริเวณปากซอยเพชรเกษม 26 เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ภายในบ้านพักย่านเพชรเกษม
.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับและหมายค้น กระทั่งวันที่ 16 มีนาคม 2569 ได้วางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย ได้แก่ Mr. ZHENQIU CHEN Mr. SHIXIONG XU และ Ms. CHUQING ZHOU รวมทั้งสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 1 ราย ขณะถอนเงินสดภายในธนาคารกสิกรไทย สาขาไอคอนสยาม คือ Mr. WANG QINSEN พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 7000000 บาท นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ร่วมขบวนการชาวไทยที่ทำหน้าที่รับเงินสดจากการถอนเงินได้อีก 2 ราย คือ นายซูเซิน ซู ที่บ้านพักเลขที่ 72–74 ซอยเพชรเกษม 24 และ น.ส.ธารทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านกรานต์วดี ซึ่งมีพฤติกรรมร่วมกันขับรถไปถอนเงินสดตามธนาคาร ก่อนนำเงินไปส่งต่อให้หัวหน้าขบวนการ
.
จากการตรวจค้นบ้านพักและจุดเกี่ยวข้องรวม 3 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ เงินสดรวมกว่า 10820360 บาท รถยนต์จำนวน 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 1 หลัง และเครื่องประดับอีกหลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นกว่า 14000000 บาท ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินเพิ่มเติม
.
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทั้ง 6 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และตรวจสอบเครือข่ายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
