เมื่อ : 24 มี.ค. 2569

วิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง กำลังลุกลามสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงวงการศิลปะพื้นบ้านไทย โดยเฉพาะ “หมอลำ” ที่ต้องพึ่งพาการเดินทางเป็นหัวใจหลักของการแสดง
.
นายมานิต โทแสง อายุ 42 ปี เจ้าของวง “คณะหมอลำอีสานนครศิลป์” เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะของตนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นและเริ่มขาดแคลน โดยการออกแสดงแต่ละครั้งต้องใช้รถบรรทุกเวที เครื่องเสียง ระบบไฟ รวมถึงรถรับส่งศิลปินและแด๊นเซอร์รวมกว่า 20 คัน ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
“ปัญหาคือเรารับงานแบบเซ็นสัญญาข้ามปี ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นค่าจ้างได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้ต้องพยายามประคองให้คณะเดินต่อให้ได้” นายมานิตกล่าว
.
เจ้าของคณะหมอลำรายนี้ยอมรับว่า ต้องปรับแผนการเดินทางอย่างหนัก ทั้งการให้ทีมงานขับรถล่วงหน้าเพื่อหาปั๊มน้ำมัน รวมถึงแวะเติมทุกแห่งที่พบ แม้บางปั๊มจะจำกัดยอดเติมไม่เกิน 500 บาท ก็จำเป็นต้องเติมสะสมไว้เพื่อให้เพียงพอต่อการเดินทางไปยังสถานที่แสดงถัดไป
.
แม้จะยังพอประคองได้ เนื่องจากคิวงานช่วงนี้อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ก็ต้องแลกกับการ “เติมน้ำมันแทบทุกปั๊ม” เพื่อความอยู่รอดของคณะ
.
นายมานิตยังแสดงความกังวลว่า หากราคาน้ำมันยังคงปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งซ้ำเติมต้นทุนของวงการหมอลำ ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างการแสดงถือว่าแตะระดับสูงสุดแล้ว ไม่สามารถปรับเพิ่มได้อีก ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายยังต้องดูแลสมาชิกในคณะกว่า 100 ชีวิต
.
“เราทำได้แค่ลดต้นทุนให้มากที่สุด แต่ต้องไม่กระทบลูกทีม เพราะทุกคนมีครอบครัวต้องดูแล” เขากล่าว
.
พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนเสียงไปยังภาครัฐ ขอให้ช่วยดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท และจัดสรรให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้รายวัน
.
“ถ้าน้ำมันยังขึ้นต่อไป คนหาเช้ากินค่ำ รวมถึงวงการหมอลำ อาจไปไม่รอด” นายมานิตกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
.
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น