เมื่อ : 27 มี.ค. 2569

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุม นายนาวินฯ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1478/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569 ในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ร่วมกันให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
.
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.ปคม. ได้เปิดปฏิบัติการขยายผลอย่างต่อเนื่องจากการจับกุม นายดนัยฯ พร้อมชาวจีนลักลอบเข้าเมือง 8 ราย จนพบเบาะแสสำคัญของ “ผู้นำพาตัวจริง” คือนายนาวินฯซึ่งใช้รถกระบะ Toyota Vigo สีขาว ทะเบียนสระแก้ว เป็นพาหนะในการลักลอบขนชาวจีนกลุ่มนี้มาจากชายแดนประเทศกัมพูชาเพื่อนำมาพักคอยในพื้นที่ชายแดนก่อนรับไม้ต่อส่งเข้าชั้นใน จากการสืบสวนขยายผล พบว่าชาวจีนทั้ง 8 รายที่นายนาวินฯ นำพาเข้ามานั้น ไม่ใช่แรงงานธรรมดาแต่เป็นกลุ่มสแกมเมอร์ (Scammer) ที่หลบหนีมาจากฐานที่มั่นในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมเข้ามาตั้งฐาน หรือหลบซ่อนตัวในประเทศไทย ก่อนจะย้ายฐานไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยกลุ่มนี้มีพฤติการณ์หลอกลวงชาวต่างชาติผ่านระบบออนไลน์ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเครือข่ายนี้ สร้างความเสียหายแก่ผู้เสียหายทั่วโลกเป็นมูลค่ามหาศาล การจับกุม
.
ครั้งนี้จึงเป็นการตัดตอนวงจรอาชญากรรมไซเบอร์ก่อนที่จะสร้างความเสียหายแก่ประชาชน จากพยานหลักฐานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. จึงได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับ นายนาวินฯ ตามฐานความผิดข้างต้นและได้ทำการสืบสวนติดตามตัวนายนาวินฯ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ พร้อมทำการตรวจยึดของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
.
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ประชาสัมพันธ์เตือนภัยแก่พี่น้องประชาชนทั่วไปดังนี้ กลุ่มขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง มักมีพฤติการณ์ตีสนิท หรือใช้ความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่เพื่อขอ “ฝากบุคคล” ให้เข้าพักอาศัยชั่วคราว หรือนำพาไปส่งยังสถานที่ใด โดยจะเสนอค่าตอบแทนให้ซึ่งอาจทำให้ท่านตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการรับบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองเข้าพักอาศัย ไม่ว่าจะโดยการให้เช่า ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม มีความผิดทางกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ