ช็อกทั้งเมือง! น้ำมันพุ่งรวดเดียว 6 บาทนราธิวาสเงียบเหงา ปั๊มร้างคนลดเติม
หลังราคาน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นพรวดเดียวถึง 6 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น.ของวันที่ 25 มีนาคม 2569 ตามมติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) โดยป้ายราคาหน้าปั๊มถูกปรับขึ้นพร้อมกันทั่วพื้นที่ ซึ่งน้ำมันดีเซลขยับจาก 32.94 บาท เป็น 38.94 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซินพุ่งแตะ 49.64 บาทต่อลิตร จ่อทะลุหลัก 50 บาทในไม่ช้า ส่วนแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทต่างปรับขึ้นยกแผง สร้างแรงกระแทกต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างฉับพลัน
.
จากการสำรวจพบว่า นอกจากจำนวนรถที่เข้ามาใช้บริการจะลดลงแล้ว ปริมาณการเติมน้ำมันต่อคันยังหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลายคนเลือกเติมเพียงเล็กน้อยเท่าที่จำเป็น สะท้อนภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
.
เสียงสะท้อนจากประชาชนเต็มไปด้วยความกังวลและไม่พอใจ นางโศภิศฐ์ ก้อนสิน หนึ่งในผู้ใช้บริการ ระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้รุนแรงเกินรับไหว
.
“มันขึ้นรวดเดียว 6 บาท เหมือนตั้งตัวไม่ทัน ถ้าจะขึ้นก็ควรค่อยๆ ปรับ ไม่ใช่กระโดดทีเดียวแบบนี้ คนทำงานต้องใช้รถทุกวันกระทบเต็มๆ”นางโศภิศฐ์ กล่าว
.
เธอยังสะท้อนอีกว่า บางสถานีมีการจำกัดวงเงินเติมเพียง 500 บาทต่อครั้ง ทำให้ผู้ที่ต้องเดินทางไกลได้รับความลำบากมากขึ้น ต้องเสียเวลาแวะเติมบ่อยครั้ง
.
สำหรับสาเหตุของการปรับราคาครั้งใหญ่ มาจากการที่ กบน. ลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันทั้งกลุ่มดีเซลและเบนซิน เพื่อพยุงเสถียรภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่แบกรับภาระหนี้สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊มปรับขึ้นทันทีในอัตราเดียวกันทุกชนิด
.
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณเตือนถึง “โดมิโนเศรษฐกิจ” ที่อาจตามมา ทั้งค่าขนส่งที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจทยอยปรับขึ้นในระยะถัดไป
.
ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ประชาชนต่างฝากความหวังถึงรัฐบาลให้เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้มีแนวทางบริหารราคาพลังงานที่ยั่งยืน มากกว่าการปล่อยให้ราคาพุ่งขึ้นแบบฉับพลันเช่นนี้ ซึ่งกำลังบีบคั้นค่าครองชีพของผู้คนอย่างหนักในทุกระดับ
.
ข่าว/ภาพ : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส
