ตำรวจนำตัว”ต้อม”ฆ่าหั่นศพฝากขังค้านประกัน ผู้ต้องหาร้องขอรับบโทษ ”ประหาร”ชีวิต
”ต้อม” มือฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวลาว เรียกร้อง ขอรับโทษประหาร เป็นเยี่ยงอย่างให้สังคม ขอทุกคนใช้ชีวิตอย่าประมาท แต่ถ้าพ้นโทษ ยัน บวชไม่สึก ด้าน ญาติผู้เสียชีวิต รอรับร่างอีก 20 วัน พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ควบคุมตัวนายต้อม ชายสัญชาติลาว ไปขออำนาจศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกฝากขัง ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะหลบหนี ระหว่างที่ควบคุมตัวขึ้นรถ
.
นายต้อม ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้รู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป อยากขอโทษทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกโกรธ หึงหวง พยายามจะพูดคุยดี ๆ จะพาแฟนสาวกลับไปพูดคุยกับทางครอบครัว แต่แฟนสาวไม่ยินยอมพร้อมกับขึ้นเสียงใส่ ทำให้ตนพลั้งมือฆ่าแฟนสาว ส่วนสาเหตุที่ต้องหั่นศพแฟนสาว ตอนนั้นตนก็ไม่รู้ตัวเองว่าคิดอะไรอยู่ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน ขอให้ใช้ชีวิตกันอย่างมีสติ ถ้าเป็นไปได้ ขอรับโทษประหารชีวิต เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคม แต่ถ้าหากพ้นโทษออกมา ตนยืนยันจะบวชให้แฟนสาวแบบไม่สึกที่ สปป.ลาว
.
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปฝากขัง เจ้าหน้าที่สิบเวรได้เข้าไปพูดคุยกับนายต้อม เห็นว่านายต้อมนั่งอ่านหนังสือธรรมะ พูดจายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา และยอมรับว่าตอนนี้รู้สึกคิดถึงแฟน
.
ด้านความคืบหน้าทางคดี ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพ ให้ความร่วมมือแต่โดยดี ยังคงยืนยันเหตุผลเดิมว่าสาเหตุมาจากความหึงหวงที่แฟนสาวจะหนีไปจากตน ส่วนเรื่องการตามหาถุงชิ้นส่วนอีก 2 ถุง ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างมากเนื่องจาก รถขยะของ กทม. ได้นำไปรวมไว้ที่บ่อขยะท่าแร้งแล้ว และมีการขนย้ายไปบำบัดรวมที่จังหวัดนครปฐม ที่เป็นกองขยะขนาดใหญ่ มีก๊าซพิษสะสม ทำให้ยากต่อการค้นหา
.
ส่วนเรื่องการรับศพ ขณะนี้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลืออีก 2 ชิ้นส่วนที่ยังหายไป เพื่อตรวจสอบร่างอย่างละเอียด ก่อนส่งมอบให้กับทางครอบครัว ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 20 วัน ถึงจะสามารถรับร่างไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาได้
.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทางครอบครัวได้ดำเนินการตรวจ DNA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างการรอผลไปเทียบเคียงกับ DNA เศษชิ้นส่วนที่พบ ซึ่งหากทางครอบครัวได้รับร่างแล้ว ก็จะนำมาประกอบพิธีฌาปนกิจ และบำเพ็ญกุศลในประเทศไทยต่อไป โดยล่าสุดทางครอบครัวแจ้งความประสงค์เบื้องต้นว่า จะย้ายไปที่วัดช่องลม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ระหว่างนี้ทั้งครอบครัวเดินทางกลับไปยัง สปป.ลาว เพื่อไปดูใจพ่อแม่ของนางสาวแรม ที่ยังคงโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.
