เมื่อ : 05 เม.ย. 2569

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่อง กำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างหนัก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ ที่เคยเป็นจุดหมายยอดนิยมในช่วงฤดูร้อน กลับเผชิญภาวะ “เงียบเหงา” อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
.
หนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือ แหล่งท่องเที่ยวล่องแพหนองหาร บ้านนาเพียง ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ซึ่งในอดีตช่วงหน้าแล้งจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำคลายร้อน พร้อมจับจ่ายใช้สอย สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนวันละนับหมื่นบาท
.
แต่ภาพในปีนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง แพล่องน้ำกว่า 30 ลำต้องจอดนิ่งไร้การใช้งาน ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เคยคึกคักกลับไร้ลูกค้า บรรยากาศซบเซาต่อเนื่องยาวนานเกือบ 2 เดือน
.
นายสันติ ไชยมหา ผู้ประกอบการล่องแพ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงกังวลว่า ตั้งแต่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น นักท่องเที่ยวลดลงอย่างน่าตกใจ จนบางวัน “ไม่มีลูกค้าเลยแม้แต่รายเดียว” ทั้งที่ช่วงเวลาเดียวกันของทุกปีถือเป็นฤดูทองของการท่องเที่ยว
.
“ปีนี้หนักสุดในรอบ 10 ปี แพต้องจอดสนิท ขายอาหารก็ไม่ได้ รายได้แทบเป็นศูนย์ แต่เรายังพยายามประคองกิจการไว้” นายสันติกล่าว
.
แม้สถานการณ์จะย่ำแย่ แต่ผู้ประกอบการยังคงตรึงราคาค่าบริการไว้เท่าเดิม โดยค่าเช่าแพลำละ 500 บาท พร้อมอาหารและเครื่องดื่มในราคาปกติ หวังจูงใจนักท่องเที่ยวให้กลับมา
.
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยอมรับว่า หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจส่งผลกระทบยาวไปจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงทำรายได้สำคัญที่สุดของปี
.
“ถึงจะไม่มีลูกค้า แต่เรายังเตรียมความพร้อมตลอดทุกวัน อยากฝากถึงนักท่องเที่ยวว่า เรายังรอและพร้อมให้บริการเสมอ” นายสันทิ้งท้ายด้วยความหวัง
.
วิกฤติราคาพลังงานครั้งนี้ ไม่เพียงสะเทือนกระเป๋าประชาชน แต่ยังสะเทือนหัวใจของผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนอย่างหนัก และรอคอยวันที่นักท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นชีวิตเศรษฐกิจอีกครั้ง.
.
ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม