เมื่อ : 16 เม.ย. 2569

ม.ทักษิณ จับมือญี่ปุ่น ยกระดับ “น้ำพุร้อนพัทลุง-ตรัง” ภาคใต้เมืองไทยมาตรฐาน “ออนเซ็นโลก” ดันท่องเที่ยว “เชิงสุขภาพ” นานาชาติ
.
รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณในฐานะมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของทรัพยากรท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน 
.
“โดยเฉพาะแหล่งน้ำพุร้อน ซึ่งเป็นทุนเชิงพื้นที่ ที่สำคัญของ จ.พัทลุงและตรัง”จึงมีความร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการระดับนานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และจำแนกประเภทออนเซ็นตามมาตรฐานสากล จะช่วยยกระดับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนสนับสนุนการกำหนดนโยบายและแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม
.
จากการศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทักษิณร่วมกับโครงการพัทลุง  การวิจัยและนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม สนับสนุนโดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ในพื้นที่แหล่งน้ำพุร้อนสำคัญในภาคใต้ 3 แห่ง ได้แก่ น้ำพุร้อนเขาชัยสน อ.เขาชัยสน ประเภทน้ำพุร้อนธรรมดา และน้ำพุร้อนโหล๊ะจังกระ อ.ตะโหมด ประเภทน้ำพุร้อนกำมะถัน จังหวัดพัทลุง และน้ำพุร้อนเค็มควนสระ ประเภทน้ำพุร้อนเค็ม จ.ตรัง
.
ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า น้ำพุร้อนทั้ง 3 แห่ง มีคุณลักษณะทางกายภาพและเคมีที่โดดเด่น และมีคุณสมบัติในการแช่เพื่อช่วยฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย บรรเทาความเครียด และอาการผื่นแพ้ผิวหนัง โดยแหล่งบางแห่งมีค่าดัชนีคุณภาพน้ำ Oishi-water Index อยู่ในระดับรสชาติที่ดีเยี่ยมสะท้อนศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ
.
รศ.ดร.ณฐพงศ์ กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือและเวทีเสวนาทางวิชาการครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ น้ำพุร้อนไทยด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรท้องถิ่น เชื่อมโยงการพัฒนาสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สู่อนาคตอย่างยั่งยืน ตามแนวทางมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 
.
ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยทักษิณร่วมมือทางวิชาการกับสมาคมประเมินสิ่งแวดล้อม Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) และ The University of Kitakyushu ประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งศูนย์นานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำเพื่อการพัฒนาภูมิภาคภายใต้เวที “Thailand–Japan Open Onsen Forum 2026 “From Hot Springs to Social Innovation”หวังยกระดับองค์ความรู้ทรัพยากรน้ำพุร้อนในพื้นที่เพื่อพัฒนาสู่มาตรฐานออนเซ็นระดับโลก ต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน
.
มหาวิทยาลัยทักษิณ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้เวที “Thailand–Japan Open Onsen Forum 2026 “From Hot Springs to Social Innovation” เพื่อยกระดับการพัฒนาน้ำพุร้อน ในพื้นที่ จ.พัทลุง จ.ตรัง สู่มาตรฐานสากลที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism)
.
พิธีลงนามจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โดย รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) โดย Prof. Dr. Takayuki Shimaok President of KEEA เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และการยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำพุร้อนตามแนวทางสากล พร้อมจัดเวทีเสวนา “ออนเซ็นในภาคใต้ของไทยโอกาสความเป็นไปได้ และทิศทางในอนาคต และการประชุมวิชาการนานาชาติด้านออนเซ็นครั้งแรกในภาคใต้
.
ความร่วมมือสำคัญครั้งนี้คือการจัดตั้งศูนย์ International Center on Water Environment in Regional Development (ICWERD) คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ บริการวิชาการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมน้ำ
.
โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายผ่านฐานข้อมูลและเครื่องมือวิชาการที่ทันสมัย นอกจากนี้ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “Onsen in Southern Thailand: Opportunities Feasibility and the Road Ahead” เพื่อสะท้อนโอกาสและทิศทางการพัฒนาน้ำพุร้อนภาคใต้ สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและแหล่งสร้างรายได้ให้ชุมชน.