อากาศร้อนระอุทะลุ 40 องศา เล่นงานสวนลิ้นจี่นครพนมผลแตกยับ ผลผลิตวูบแต่ราคาดีสุดในรอบปี
สถานการณ์ลิ้นจี่พันธุ์ “นพ.1” สินค้า GI ขึ้นชื่อของจังหวัดนครพนมในปี 2569 กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากสภาพอากาศสุดขั้ว หลังอุณหภูมิพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะ Heat Stress และคลื่นความร้อน (Heat Wave) กระทบโดยตรงต่อคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะปัญหา “ผลปริแตก” จากการขาดแคลเซียมในช่วงผลกำลังขยายตัว
.
การลงพื้นที่ติดตามของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม นำโดย นางวิไล อุตส่าห์ เกษตรจังหวัดนครพนม พบว่า ผลผลิตลิ้นจี่ปีนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียงประมาณ 391 ตัน หรือคิดเป็นเพียง 20-30% ของปีก่อนหน้า แม้ปริมาณจะหายไปจำนวนมาก แต่สถานการณ์ตลาดกลับสวนทางอย่างชัดเจน เมื่อราคาลิ้นจี่ นพ.1 พุ่งสูงเฉลี่ยถึงกิโลกรัมละ 150 บาท จากเดิมเพียง 50-60 บาทในปีก่อน ส่งผลให้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 217 ล้านบาท กลายเป็น “วิกฤตที่พลิกเป็นโอกาส” ของเกษตรกรในพื้นที่
.
นพ.1 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตั้งแต่ปี 2556 มีจุดเด่นเฉพาะตัว ทั้งผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา เมล็ดลีบ รสหวานอมเปรี้ยว ไม่ฝาด และค่าความหวานไม่ต่ำกว่า 18 องศาบริกซ์ ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด แม้ผลผลิตจะลดลง ในพื้นที่บ้านนาโดน ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม กลุ่มเกษตรกรได้รวมตัวกันเป็นแปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 จำนวน 60 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 260 ไร่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาด
.
นอกจากการจำหน่ายผลสดแล้ว เกษตรกรยังเดินหน้าต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่าง “น้ำผึ้งเกสรดอกลิ้นจี่” ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ลิ้นจี่คุณภาพดี ซึ่งได้รับความสนใจจากตลาดอย่างต่อเนื่อง
.
สถานการณ์ปีนี้สะท้อนภาพชัดเจนของภาคเกษตรไทยที่ต้องเผชิญความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวของเกษตรกร ที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างน่าจับตา
.
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 จังหวัดนครพนม หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม
