เมื่อ : 24 เม.ย. 2569

ปราจีนบุรี – ระอุ! นักข่าวสาวสิ่งแวดล้อมถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถสวมทะเบียนปลอมสะกดรอยตามข่มขู่ ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการ ”ดินแลกน้ำ” อ.นาดี หลังพบพิรุธเอื้อนายทุนขุดทรายต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ด้าน ป.ป.ช. และชาวบ้านผนึกกำลังจี้ ”อนุทิน” สั่งยกเลิกถาวร แฉทำลายระบบนิเวศยับเยิน
.
เมื่อเวลา    0.30   น.วันที่24 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า    พบโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปวิดีโอจากเฟซบุ๊กของ  นักข่าวหญิงสายสิ่งแวดล้อม ซึ่งโพสต์แฉพฤติการณ์คุกคามสื่อขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยระบุว่าถูกรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน 1441 ขับติดตามทีมงานอย่างกระชั้นชิด หลังจากที่เธอลงพื้นที่ถ่ายภาพจุดดูดทรายริมคลองยาง  ณ ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และพยายามขับรถตามรถบรรทุกทรายเพื่อตรวจสอบปลายทางของทรัพยากร
.
นักข่าวสาว    ระบุในโพสต์ว่า ”นี่คือการข่มขู่เพื่อให้เรากลัวและถอนทีม” นอกจากนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นทะเบียนปลอม และยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์แอบถ่ายภาพทีมข่าวพร้อมแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่ อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันจะเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบความไม่โปร่งใสของโครงการนี้ต่อไป พร้อมท้าให้ผู้ประกอบการมาชี้แจงข้อมูลผ่านไมค์ดีกว่าใช้วิธีใต้ดิน
.
ด้านความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการ นายณรงค์ชัย ภักดีณรงค์ชัย ประธานชมรม Strong – จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด พบว่าโครงการขุดดินแลกน้ำในพื้นที่ อ.นาดี มีทั้งหมด 4 โครงการ ปริมาณดินและทรายรวมกว่า 1.05 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าทางการตลาดสูงกว่า 200 ล้านบาท
.
ล่าสุด นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดสั่งระงับโครงการในพื้นที่ ต.สะพานหิน (โครงการที่ 3 และ 4) ไว้ชั่วคราว เนื่องจากพบว่ารูปแบบการขุดลอกไม่ถูกต้องตามมาตรฐานของกรมเจ้าท่า และมีเบาะแสการลักลอบดูดทรายจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.นาดี แล้ว
.
ขณะที่ภาคประชาชนในนาม ”เครือข่ายรักษ์แควหนุมาน” นำโดย นายดำริ รัตนชินกรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี   ก่อนหน้านี้    ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้สั่งยกเลิกโครงการดังกล่าวโดยเด็ดขาด โดยให้เหตุผลว่า:
.
•ทำลายธรรมชาติ: แควหนุมานเป็นต้นน้ำสายสำคัญจากเขาใหญ่ (มรดกโลก) ปัจจุบันตลิ่งพังทลาย น้ำขุ่นมัว กระทบการล่องแก่งหินเพิง
•ขาดความโปร่งใส: โครงการไม่ผ่านการทำประชาคมที่แท้จริง และเป็นการเปิดช่องให้นายทุนเข้ามาขุดทรายในพื้นที่ที่สั่งห้ามสัมปทานมานานกว่า 30 ปี
•ผลกระทบชุมชน: รถบรรทุกน้ำหนักเกินสร้างฝุ่นละอองและทำถนนพัง
.
ทางด้าน นางสาวศิริพร ฉายวัฒนะ  อายุ 46 ปี   ตัวแทนชาวบ้าน เผยว่าความเดือดร้อนของชาวโคกกระจงหนักหนาสาธารณะ จนเธอต้องถ่ายคลิปสะท้อนปัญหาฝุ่นละอองและเสียงดังจากรถบรรทุก ในทุกวัน    ซึ่งปัจจุบันมียอดเข้าชมในโซเชียลมีเดียมากกว่า 1.2 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าสังคมกำลังจับตามองการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้นายทุนบนความทุกข์ของชาวบ้านและนักข่าวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
.
ชาวบ้านและเครือข่ายสิ่งแวดล้อมประกาศกร้าว หากรัฐบาลยังไม่มีคำสั่งยกเลิกโครงการ ”ฉ้อฉล” นี้อย่างถาวร จะยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดปราจีนบุรีจนถึงที่สุด
.
โดย...มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี