เมื่อ : 16 พ.ค. 2569

ปราจีนบุรี – เกิดวิกฤตน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีนิ่งไม่ไหลหลังผักตบชวาหนาแน่นทั้งลำน้ำ จนค่าออกซิเจนดิ่งทะลุจุดวิกฤต ส่งผลให้ปลาทับทิมในกระชังของเกษตรกร ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง ทยอยลอยหัวตายสะสมกว่า 33 ตัน ช็อกซ้ำช่วงเช้ามืดวันที่ 15 พฤษภาคม ปลาช็อกตายพร้อมกันทีเดียว 19 ตัน ด้านผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี นำทีมรุดตรวจพื้นที่ พบสาเหตุหลักจากผักตบชวาหนาแน่นสะสมจนน้ำนิ่ง สั่งระดมเครื่องจักรหนักเปิดทางน้ำ พร้อมประสานเขื่อนนฤบดินทรจินดา(โครงการชลประทานขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายของพ่อหลวง ร.9)เร่งผลักดันน้ำ และเตรียมประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อนำเงินหลวงเยียวยาด่วน ขณะที่ประมงจังหวัดสั่งแจ้งเตือนพื้นที่ปลายน้ำเฝ้าระวังใกล้ชิด
.
เมื่อกลางดึก เวลา 02.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า  สถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังบริเวณแม่น้ำปราจีนบุรี หลังจากเกิดวิกฤตค่าออกซิเจนในน้ำต่ำอย่างรุนแรง ทำให้ปลาลอยหัวและทยอยตายเป็นจำนวนมาก สร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับเกษตรกร ตามรายละเอียดที่นำเสนอก่อนหน้านี้  นั้น
.
ล่าสุด นายวิชัย ทองประไพ ประมงจังหวัดปราจีนบุรี ได้มีบันทึกราชการด่วนที่สุด ที่ ปจ 0007/23 รายงานสถานการณ์ต่อนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ หมู่ 1 3 4 และ 5 ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ พบเกษตรกรได้รับความเสียหายจำนวน 8 ราย รวม 74 กระชัง ปริมาณปลาทับทิมตายเสียหายสะสมตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ถึง 15 พฤษภาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 33750 กิโลกรัม (กว่า 33 ตัน)
.
โดยสถานการณ์รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีปลาช็อกตายพร้อมกันในคราวเดียวถึง 19000 กิโลกรัม (19 ตัน) จากเกษตรกรเพียง 4 ราย โดยรายที่เสียหายมากที่สุดคือ นายเทวร พรมจันทะ หมู่ 3 ต.บางพลวง ปลาตายวันเดียวถึง 17 ตัน และ นายพรณรงค์ วิ่งสุนทร หมู่ 5 ต.บางพลวง ปลาตายวันเดียว 14 ตัน
.
ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวดังกล่าว โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “บอย ห้อย” หรือ นายบอย (นามสมมติ) อายุ 30 ปีเศษ เกษตรกรผู้เสียหาย ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอความสูญเสีย พร้อมระบุว่าครอบครัวเลี้ยงปลามากว่า 20 ปี ไม่เคยเจอหนักขนาดนี้ สาเหตุเชื่อว่ามาจากการนำเชือกมากั้นดักผักตบชวาบริเวณสะพานบ้านสร้างและสะพานวัดหัวไผ่ ทำให้ผักตบมหาศาลกองสะสมจนน้ำนิ่งสนิทและไม่มีอากาศ จนต้องเร่งจับปลาขายในราคาถูกเพียงกิโลกรัมละ 30-35 บาท และบางส่วนต้องขายทำปุ๋ยเพียงกิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น
.
ทางด้าน นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปภ.เขต 3 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ประมงจังหวัด และนายอำเภอบ้านสร้าง ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจวัดค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen : DO) ซึ่งตามมาตรฐานต้องไม่น้อยกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร แต่ผลการตรวจสอบกลับน่าตกใจ ดังนี้
.
•บริเวณสะพานวัดโบสถ์ (เหนือน้ำ): วัดได้ 3.6 มิลลิกรัม/ลิตร
.
•บริเวณสะพานอินเตอร์ (ใกล้กระชังปลา): วัดได้ 1.7 มิลลิกรัม/ลิตร
.
•บริเวณกระชังปลากำนันอินทร์ (จุดที่ปลาตาย): วัดได้เพียง 0.25 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งถือเป็นระดับวิกฤตขั้นรุนแรงที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
.
นายวีระพันธ์ เปิดเผยว่า ปัญหาหลักเกิดจากปริมาณผักตบชวาที่หนาแน่นปกคลุมผิวน้ำจนทำให้ออกซิเจนดิ่งลดลง จึงได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เร่งแก้ไขปัญหาทันที 6 มาตรการหลัก ประกอบด้วย:
.
ชลประทาน: ประสานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา (โครงการชลประทานขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายของพ่อหลวง ร.9) เพิ่มการระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ และใช้เรือนวัตกรรม 5 ลำ เร่งผลักดันและตักผักตบชวาออก
.
อบจ.ปราจีนบุรี: สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้รถแบคโฮ 2 คัน เพื่อขุดลอกคูคลองเปิดทางน้ำบริเวณโครงการส่วนพระองค์
.
ทสจ.ปราจีนบุรี: เก็บตัวอย่างน้ำตรวจแล็บและวัดค่า DO ต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการประกาศเขตภัยพิบัติ
.
ประมงจังหวัด: ประสานและเร่งรัดขั้นตอนการช่วยเหลือเกษตรกร
.
อำเภอบ้านสร้าง: เร่งรวบรวมรายงานเหตุด่วนสาธารณภัย เพื่อเสนอจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

ฝ่ายความมั่นคงและท้องถิ่น: ระดมกำลังพล อส. ทั้งจังหวัดและอำเภอ ร่วมกับทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยเกษตรกรขนย้ายซากปลาไปฝังกลบเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสียเพิ่มเติม
.
”ขณะนี้หลังจากมีการรื้อถอนวัชพืชเปิดทางน้ำ ค่าออกซิเจนเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติและสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น จังหวัดเตรียมประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเร่งรัดเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรตามระเบียบของทางราชการอย่างเร่งด่วนที่สุด” ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี กล่าว ยืนยัน
.
ด้านสำนักงานประมงจังหวัดปราจีนบุรี ได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในพื้นที่ปลายน้ำ ได้แก่ ตำบลบางกระเบา และตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง ให้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำขุ่นข้นสีคล้ำที่มีตะกอนมาก ซึ่งกำลังไหลมาจากตำบลบางพลวง โดยแนะนำให้เกษตรกรเปิดเครื่องเพิ่มออกซิเจนในน้ำ 
.
โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ช่วงเช้าตรู่ และช่วงน้ำนิ่ง พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยซ้ำอีก
.
###มานิตย์  สนับบุญ  /ปราจีนบุรี###