กองทัพเรือสกัดจับคนไทยกลับกัมพูชาสะท้อนเครือข่ายสแกมเมอร์ยังเคลื่อนไหวแนวชายแดน
กองทัพเรือสกัดขบวนการลักลอบข้ามแดน จับคนไทยเตรียมกลับกัมพูชา สะท้อนเครือข่ายผิดกฎหมายข้ามชาติยังเคลื่อนไหวต่อเนื่องตามแนวชายแดน
.
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (24 พฤษภาคม 2569) เวลา 06.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ควบคุมบุคคลต้องสงสัยสัญชาติไทย จำนวน 7 ราย พร้อมสัมภาระ ในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณบ้านมะรุม (น้ำทรัพย์) หมู่ 6 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ภายหลังได้รับข้อมูลด้านการข่าวเกี่ยวกับการลักลอบเดินทางข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ภายหลังการควบคุมตัว ผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำพา ให้การว่า ได้รับการติดต่อจากนายหน้าชาวกัมพูชาให้ลักลอบนำคนไทยจำนวน 6 ราย เข้าประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ
.
โดยมีการอำพรางลักษณะการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จากการสอบสวน บุคคลอีก 6 ราย ให้การว่า เคยทำงานอยู่ในร้านอาหารและร้านจำหน่ายเครื่องสำอางในจังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา และเคยลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2569 ก่อนจะเตรียมเดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชาอีกครั้ง เพื่อกลับไปเก็บทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยง โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางรายละ 7000 บาท ซึ่งจะชำระให้กับนายหน้าเมื่อเดินทางถึงปลายทาง
.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งหมดพร้อมยานพาหนะ ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.โป่งน้ำร้อน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยการปฏิบัติเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอย่างเคร่งครัด คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัวทุกขั้นตอน
.
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันยังคงมีความพยายามลักลอบเดินทางข้ามแดนและการเคลื่อนไหวของเครือข่ายขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ช่องทางธรรมชาติในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกองทัพเรือยังคงจำเป็นต้องวางกำลังลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน
