เมื่อ : 03 มิ.ย. 2569

คอมมานโดบุก รวบ “ทิพย์” สาวใหญ่เชียงรายแก๊งบัญชีม้า แม่บ้านกาสิโนปอยเปต ตุ๋นเป็นนายหน้าติ๊กต็อก ชวนลงทุนออนไลน์หลอกเหยื่อสูญเงิน 1.8 ล้านบาท อ้างถูกหลอกเปิดบัญชีม้า 2 พัน แลกเงินเล่นพนัน
.
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ส.ต.อ.เรวัต สุขสอาด ส.ต.อ.จตุรพล คำปัน ส.ต.ท.เอกราช แอบมณีผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางน้ำทิพย์หรือทิพย์ วงค์งาม อายุ 57 ชาว จ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 590/2569 ลงวันที่ 22 พ.ค.69 
.
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงฯ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มี เจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยจับกุมได้ที่บริเวณสถานีรถไฟลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง 
.
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2568 ขณะที่ผู้เสียหายพักอยู่ที่บ้านได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านโฆษณาทางเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อบัญชีว่า “Mas design picture” มีเนื้อหาเชิญชวนให้เข้าร่วมเรียนรู้การเป็นนายหน้าแอปฯ ติ๊กต็อก อ้างว่าสามารถสร้างรายได้สูงถึงเดือนละประมาณ 500000 บาท พร้อมออกอุบายว่ามีการสอนและให้คำแนะนำฟรี เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อกดเข้าไปที่ลิงก์ที่ในโฆษณาดังกล่าว ก่อนจะมีการแอดไลน์พูดคุยกับตัวแทนบริษัทในขบวนการดังกล่าวเพื่อสร้างความเชื่อใจ จากนั้นได้ชักชวนให้ผู้เสียหายชวนลงทุนจับคู่สินค้าอ้างว่าได้กำไรผลตอบแทนสูง 
.
ต่อมาระยะแรกคนร้ายได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนและผลตอบแทนจนเหยื่อตายใจ โอนเงินลงทุนตามคำแนะนำของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง
.
ต่อมาจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้โอนเงินเพิ่ม เช่น การเพิ่มวงเงินลงทุน การยืนยันสิทธิ์ การตรวจสอบ ระบบ และการปลดล็อกบัญชีเพื่อให้สามารถถอนเงินหรือรับผลกำไรได้ เหยื่อจึงได้โอนเงินให้กลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 1803195 บาท และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อคบัญชีที่ถูกระงับ กระทั่งผู้เสียหาย รู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์
.
ต่อมาชุดสืบสวนรับแจ้งจากสายลับทราบว่า นางน้ำทิพย์ ผู้ต้องหา หลบหนีอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว จะเดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
จากการสอบสวน ผู้ต้องหา เบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงปี 2568 เดินทางไปทำงานยังประเทศกัมพูชา (ปอยเปต) โดยมีเพื่อนชื่อนาย “แดง” ชักชวนไปทำงานเป็นแม่บ้านในกาสิโน ได้เงินเดือนเดือนละ 8000-10000 บาท ได้มีชายคนไทยชื่อนาย “ยีนส์” ชักชวนให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคารได้ผลตอบแทน ตนไม่สามารถเปิดบัญชีได้ แต่ตนมีบัตรเอทีเอ็มจึงได้ให้ไป โดยนายยีนส์รับปากว่าจะให้ค่าตอบแทน 2000 บาท 

 

แต่ตนก็ไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใดและไม่สามารถติดต่อนายยีนส์ได้ตนไม่ทราบว่านายยีนส์จะนำบัญชีไปทำธุรกรรมอะไร คนไทยที่ไปอยู่ที่กาสิโน หรือนักเล่นพนันที่ไม่มีพาสสปอร์ตและไม่มีเงินกลับประเทศไทย จะไม่สามารถกลับมายังประเทศไทยได้ ต้องหาเงินประมาณ 13000 บาท ให้กับคนกัมพูชา หากต้องการกลับมายังประเทศ ไทย และที่ตนกลับมายังประเทศไทยได้เนื่องจากตนมีพาสปอร์ตเข้าออกถูกต้องตามกฎหมาย
.
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเรื่องราวที่ผู้ต้องหาให้การ เนื่องจากการใช้บัตร เอทีเอ็มและการรับโอนเงินยังมีความขัดแย้งกับคำให้การของผู้เสียหายและจากการสอบถามข้อมูล ทำให้เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาน่าจะเป็นนักเล่นพนัน 
.
ทั้งนี้ บก.ปพ. ฝากเตือนภัย ”คดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา โดยมักอาศัยสื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ เป็นช่องทางเข้าถึงเหยื่อ พร้อมใช้คำโฆษณาที่น่าสนใจ เช่น ลงทุนน้อย กำไรสูง รายได้ดี ทำงานง่าย หรือสามารถสร้างรายได้จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น เพื่อจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อ มักแอบอ้างเป็นบริษัท องค์กร หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง รวมทั้งสร้างเอกสาร บัญชีผู้ใช้ หรือข้อมูลปลอมขึ้นมาเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ 

 

เมื่อเหยื่อเริ่มสนใจ จะมีการพูดคุยสร้างความไว้วางใจ และโน้มน้าวให้โอนเงินด้วยเหตุผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าลงทุน ค่าดำเนินการ ค่าประกัน ค่าภาษี หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ในภายหลังประชาชนควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ไม่หลงเชื่อข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงเกิน ความเป็นจริง ตรวจสอบข้อมูลของบุคคลหรือบริษัทให้รอบคอบก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง และไม่ควรโอนเงินให้บุคคลที่รู้จักกันผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีกาเร่งรัดให้ตัดสินใจหรือให้โอนเงิน เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา 
.
หากพบพฤติการณ์น่าสงสัย หรือเชื่อว่าตนเองอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ควรหยุดการติดต่อทันที เก็บรวบรวมหลักฐานการสนทนา เอกสาร และข้อมูลการโอนเงินไว้ พร้อมรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเสียหายและช่วยไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อรายต่อไป“ก่อนโอนต้องตรวจสอบ ก่อนเชื่อต้องไตร่ตรอง ความรอบคอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยรักษาเงินทั้งชีวิตของคุณได้”