เมื่อ : 14 มิ.ย. 2569

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางบุกทลายแก๊ง ”Romance Scam” ข้ามชาติ ลวงสาวไทยตกหลุมรัก เปลี่ยนร่างเป็น ”ลาขนยา” ลำเลียงยาเสพติดข้ามพรมแดน มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท
.
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม
1. MR. EMEKA อายุ 39 ปี สัญชาติไนจีเรีย (Nigerian)
2. MR. ANAYO อายุ 45 ปี สัญชาติไนจีเรีย (Nigerian)
3. น.ส.ลลิตาฯ อายุ 23 ปี
.
สถานที่จับกุม
1. MR. EMEKA จับกุมบริเวณด่านเก็บเงิน มอเตอร์เวย์สาย 9 ถ.กาญจนาภิเษก ต.เทพารักษ์
อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
2. MR. ANAYO จับกุมบริเวณริมถนน ซ.รามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
3. น.ส.ลลิตาฯ จับกุมบริเวณโรงแรมย่านรามคำแหง
.
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง จนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่ และสื่อออนไลน์ยอดนิยม อาทิ Facebook และอื่นๆ โดยใช้ภาพชายชาวต่างชาติ มีฐานะน่าเชื่อถือ อ้างตัวเป็นนักธุรกิจ วิศวกร หรือทหาร ก่อนเข้าไปสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงไทย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ และเกิดความไว้วางใจแล้วจะย้ายช่องทางการสื่อสาร ไปยังแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และติดตามของเจ้าหน้าที่
.
จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ลลิตาฯ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ มีความสัมพันธ์กับชายชาวไนจีเรียที่ใช้ชื่อว่า “Mc General” ซึ่งรู้จักกันผ่านทาง Facebook ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 โดยฝ่ายชายได้ชักชวนให้เดินทางไปรับสิ่งของจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย ค่าตอบแทนครั้งละประมาณ 40000 - 50000 บาท น.ส.ลลิตาฯ ยอมรับว่าได้ลักลอบนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วรวม 3 ครั้ง และครั้งล่าสุดที่ไปขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด โดยแนวทางการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวจะลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดหนองคาย โดยใช้เรือหางยาวข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านก่อนจะมีบุคคลในเครือข่ายคอยรับส่งไปยังโรงแรมที่พัก จากนั้นผู้ร่วมขบวนการจะนำกระเป๋าเดินทางซึ่งภายในบรรจุสิ่งของอำพรางในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องพัสดุ ถุงกาแฟ หรือถุงขนม เมื่อถึงกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนยานพาหนะหลายทอด ทั้งรถยนต์ รถตู้ และเรือเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
.
ก่อนนำของกลางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่า น.ส.ลลิตาฯ เดินทางกลับเข้ามาพร้อมกระเป๋าที่บรรจุยาเสพติด และเข้าพักภายในโรงแรมย่านรามคำแหง จากนั้นได้รับคำสั่งจากชายชาวไนจีเรียให้ทยอยนำสิ่งของภายในกระเป๋าไปส่งมอบให้ผู้ร่วมขบวนการชาวต่างชาติในจุดต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่สามารถสังเกตการณ์และติดตามการส่งมอบยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการส่งมอบยาเสพติดให้กับชายชาวไนจีเรียรายแรก เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามต่อ จนพบว่ามีการนัดหมายส่งมอบยาเสพติดส่วนที่เหลือให้กับชายชาวไนจีเรียอีกรายบริเวณหน้าโรงแรมที่พัก เมื่อผู้ต้องหารับสิ่งของ และกำลังหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมกันทั้ง 3 ราย ก่อนขยายผลตรวจค้นยึดของกลางเป็นเฮโรอีน และโคคาอีนจำนวนมาก มูลค่ามากกว่า 25 ล้านบาท
.
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น
1. น.ส.ลลิตาฯ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนได้นำยาทั้งโคคาอีน และเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้านมาส่งให้ชาวไนจีเรียจริง ซึ่งทำมาแล้วรวม 3 ครั้ง และ ครั้งล่าสุดที่ไปขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด
2. MR. EMEKA ให้การปฎิเสธข้อกล่าวหา
3. MR. ANAYO ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นเจ้าของคนโคคาอีนที่ น.ส.ลลิตาฯ นำมาส่งจริงและอยู่ในการเตรียมการเพื่อที่จะกระจายยาเสพติดไปในแหล่งชุมชน