เมื่อ : 09 ธ.ค. 2567

นครราชสีมา–สุดสลด  เด็กลูกพี่ลูกน้อง 6 ขวบ และ 10 ขวบ ชวกันเล่นน้ำคลองกลางหมู่บ้าน พลาดจมน้ำดับ ญาติตั้งศพคู่ ทำใจไม่ได้  ยากจน แต่หวังให้เติบโตมีอนาคตที่ดี

 

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2567ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดเหตุสลด เด็กชายวัย 6 ขวบ เรียนชั้นอนุบาล 3 และเด็กหญิงวัย 10ขวบ เรียนชั้น ป.4 ชวนกันไปเล่นน้ำในคลองปลายมาศ ที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้านหนองหิน หมู่ที่ 2 ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา แล้วพลาดจมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่ ซึ่งบรรดาญาติๆ ต่างทำใจไม่ได้ ที่ต้องนำร่างของเด็กทั้งสองมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพคู่กัน ที่วัดกลางหมู่บ้าน  เพราะอยู่หมู่บ้านเดียวกัน และเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย  สร้างความสลดหดหู่ใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

 

จากการสอบถาม บิดา และมารดา (ขอสงวนชื่อนามสกุล)  ของ “น้องเต้ย” (นามสมมุติ) เด็กชายวัย 6 ขวบ รวมทั้ง ตาวัย 66 ปี ญาติของน้องพลอย (นามสมมุติ) เด็กหญิงวัย 10 ขวบ บอกว่า เด็กทั้งคู่ มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง หรือเครือญาติใกล้ชิดกัน  และมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอๆ โดยวันเกิดเหตุเป็นวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2567 หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ทั้งคู่พากันออกไปเล่นตามประสาเด็ก ซึ่งแม่ของน้องเต้ย(เด็กชายที่เสียชีวิต) ต้องเฝ้าดูแลพ่อของน้องเต้ยที่กำลังป่วยเพราะเพิ่งตกต้นไม้ขณะที่รับจ้างตัดทอนกิ่งไม้  ส่วนตาของน้องพลอย (เด็กหญิงที่เสียชีวิต) ก็ต้องออกไปหาปลามาเลี้ยงครอบครัวที่อยู่กันรวม 3 ชีวิต คือ ตา ลูกของตาที่มีอาการผิดปกติทางสมอง และน้องพลอย  แต่ก่อนจะพากันออกไปเล่น ทั้งสองครอบครัวได้เน้นย้ำเป็นพิเศษแล้วว่า อย่าพากันไปเล่นน้ำเด็ดขาด

 

แต่หลังจากนั้น เมื่อถึงเวลาที่เด็กทั้งสองควรจะกลับมาบ้านได้แล้วประมาณ 16.00 น. ทั้งคู่ก็ยังไม่กลับมา  สองครอบครัวจึงพากันออกตามหา จนไปพบรถจักรยานที่ทั้งสองมักใช้ขี่ซ้อนท้ายกันประจำจอดอยู่ริมคลอง พร้อมกับมีเสื้อผ้าของน้องเต้ย และรองเท้า ถูกทอดทิ้งเอาไว้ใกล้กัน  ตาของน้องพลอยจึงพยายามลงไปงมหาภายในคลองน้ำ  ส่วนแม่ของน้องเต้ยก็ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยออกตามหาอีกแรง  ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศผ่านหอกระจายข่าว ให้ลูกบ้านช่วยกันออกตามหาโดยทันที  พร้อมกับเกณฑ์ชาวบ้านชายที่มีอุปกรณ์เครื่องมือ อย่างเช่น แว่นดำน้ำยิงปลา และมีความเชี่ยวชาญการดำน้ำ กว่า 10 คน ช่วยกันลงงมหาภายในคลองน้ำกลางหมู่บ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็พบร่างของน้องเต้ยอยู่กลางคลองน้ำที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา ก็พบร่างของน้องพลอยจมอยู่ใต้น้ำห่างออกไปไม่กี่เมตร ซึ่งทั้งสองสิ้นลมหายใจแล้ว

 

ทางญาติพี่น้องของทั้งสองครอบครัว ต่างทำใจกับเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ เพราะแม้ว่าจะยากจน รับจ้างหาเช้ากันค่ำ แต่ก็หวังว่าเด็กทั้งสองจะได้เรียนสูงๆ มีวิชาเลี้ยงตัว เพื่อจะได้มีงานทำในอนาคต และมีชีวิตที่ดีกว่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น่าเศร้านี้ขึ้นก็ต้องทำใจ ก้มหน้ารับชะตากรรม จึงอยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับครอบครัวอื่น  อย่าประมาท ขอให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย

 

โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Thailand Region
จังหวัดอุทัยธานีจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เพื่อรักษาเอกลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี และส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี กระจายรายได้สู่ชุมชน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวอังศนา ลุยจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี นายสิทธิชัย เทพภูษา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พล.ต.ต. ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมงานที่วัดอุโปสถาราม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานีถือเป็นจังหวัดทางประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่ง โดยสถานที่หนึ่งที่มีเอกลักษณ์ริมฝังแม่น้ำ นั่นคือ ”แม่น้ำสะแกกรัง” มีชุมชนชาวแพที่มีวิถีชีวิตผูกพันสายน้ำแห่งนี้ โดยการจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง เพื่อเป็นการรักษาความเป็นเอกลักษณ์คุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเนื่องด้วยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีการย้ายที่ตั้งเมืองจาก ”เมืองอุไทยธานีเก่า” (อำเภอหนองฉาง) มาอยู่บ้านสะแกกรัง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อยู่ใกล้กับริมน้ำสะแกกรังมีความเหมาะสมทางด้านยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านคมนาคมขนส่งและการค้าขาย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2376 โดยนับถึงปีปัจจุบันนี้จะมีอายุครบ 192 ปี จังหวัดอุทัยธานี ขอเชิญเที่ยวงานวิจิตรธานีถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง สัมผัสวิถีชีวิตสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นนุ่งผ้าไทยดื่มด่ำมุมมองใหม่แห่งแม่น้ำสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ภายในงานจะพบกับสินค้าของดีของเด่นจากจังหวัดอุทัยธานี กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยจีน การเดินแบชุดไทยย้อนยุค รำวงย้อนยุค การแสดงละครประกอบเพลง(The Musical) การแสดงดนตรี ชมหนังกลางแปลง3D กิจกรรมล่องเรือท่องเที่ยวชมวิถีแห่งสายน้ำสะแกกรัง กิจกรรมนั่งรถรางเที่ยวชมการประดับตกแต่งไฟ และพบกับ ศิลปินดังมากมาย ภายในงาน 15 สิงหาคม 2568 อ๊อดโฟร์เอส การแสดงโขนตอนศึกนาคบาศ การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้าและมายากล 16 สิงหาคม 2568 การแสดงแดงลิเกกุ้ง สุธิราช รำวงวาไรตี้ แนนซี่ท็อปไลน์คอมโบ การแสดงเชิดสิงโตกวางตุ้งโดดโต๊ะดอกเหมยต่อตัว 17 สิงหาคม 2568 ต่าย อรทัย คู่หูรำวงสามช่า ร่วมสมัย ฟิวส์กิติกรและหน่อย สุธิษา การแสดงเชิดมังกรทองเล่นภาคพื้นดินพลุโอ่งขึ้นเสาพ้นพลุพ่นไฟ
16 ส.ค. 2568