คอมมานโดตามรวบ ”แทน” แก๊งบัญชีม้าคาหมอชิต 2 อ้างถูกหลอกสแกนหน้าเปิดบัญชีธนาคาร
คอมมานโดรวบ ”แทน” แก๊งบัญชีม้าคาหมอชิต 2 หลังร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นธนาคาร-ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ขู่เหยื่อพัวพันคดีฟอกเงินรายใหญ่ โอนเงินตรวจสอบ สูญเกือบแสนบาท เจ้าตัวอ้างตกเป็นเหยื่อแอปฯ เงินกู้เถื่อน ถูกหลอกสแกนหน้าฉกข้อมูลไปเปิดบัญชีม้า ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ
.
เมื่อวันที่ 7 ก.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น ส.ต.อ.จตุรพล กำปั่น ส.ต.อ.สกลเกียรติ มากคิด ส.ต.อ.เรวัต สุขสะอาด ส.ต.อ.ภูริพันธ์ บุญยง ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด ส.ต.ท.นนธวัช ศิริเทพ ส.ต.ท.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ และ ส.ต.ท.เอกราช แอบมณี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุมตัว นายธนัช หรือแทน (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดปราจีนบุรี
.
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.83/2567 ลงวันที่ 24 ม.ค. 2567 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้ที่บริเวณด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ ( 6 ก.ค.)ที่ผ่านมา
.
สืบเนื่องจากช่วงต้นปี 2566 มีผู้เสียหายรายหนึ่งถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่าผู้เสียหายมียอดค้างชำระสินเชื่อจำนวน 89000 บาท ก่อนจะอ้างว่าได้ประสานเรื่องไปยัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี แล้ว และให้ผู้เสียหายแอดไลน์เพื่อติดต่อ จากนั้นมีมิจฉาชีพอีกรายสวมรอยเป็นตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ข่มขู่ว่าผู้เสียหายตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฟอกเงินรายใหญ่ หากบริสุทธิ์ใจต้องโอนเงินทั้งหมดในบัญชีมาให้ตรวจสอบ ถ้าไม่ผิดจะโอนคืนให้ ด้วยความกลัวผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 89000 บาท ก่อนจะขาดการติดต่อและรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน
.
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า นายธนัช ผู้ต้องหารายนี้กำลังเดินทางหลบหนีจากจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าลงภาคใต้ จึงนำกำลังไปดักซุ่มโปร่งบริเวณหมอชิต 2 กระทั่งพบตัวนายธนัชที่มีรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ บก.ปพ. ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายธนัช ให้การภาคเสธโดยอ้างว่า เมื่อช่วงปี 2565 ตนต้องการกู้เงินจึงได้ค้นหาแอปพลิเคชันเงินกู้ใน Play Store และได้สมัครไปประมาณ 4-5 แอปฯ ซึ่งมีการส่งภาพถ่ายบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัว และต้องสแกนใบหน้าด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินกู้ คาดว่าน่าจะถูกแอปฯ เถื่อนเหล่านี้นำข้อมูลและภาพสแกนใบหน้าไปใช้เปิดบัญชีม้า อย่างไรก็ตาม ในชั้นจับกุมเจ้าตัวยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อแอปฯ เงินกู้ออนไลน์และห้ามส่งข้อมูลส่วนตัวหรือสแกนใบหน้าเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว
.
อย่างไรก็ตาม ตำรวจสอบสวนกลาง ฝากเตือนภัยยืนยันว่าไม่มีธนาคาร หน่วยงานราชการ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใด ที่จะสั่งให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์เด็ดขาด หากเจอสายลักษณะนี้ขอให้ตั้งสติ วางสายทันที และติดต่อสอบถามหน่วยงานนั้นๆ ผ่านช่องทางหลักโดยตรง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
