เมื่อ : 01 ส.ค. 2569

ถูกโพสต์ข่มขู่คุกคาม ‘อังคณา  นีละไพจิตร’ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน แจ้งความเอาผิดคนปล่อยข่าวปลอม-ปั่นกระแสเกลียดชังปมชายแดนใต้
.
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่สน.บางยี่เรือ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลและเพจบนสื่อสังคมออนไลน์หลายราย ที่ร่วมกันตัดต่อ บิดเบือน และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมทั้งปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) จนส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตของตนเองและครอบครัว
.
นางอังคณา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเข้าแจ้งความครั้งนี้ เนื่องจากมีผู้ตัดต่อข้อความและแอบอ้างว่าตนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย รวมถึงมีพลเรือนและเด็กได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ข้อเท็จจริงตนไม่เคยโพสต์ ไม่เคยให้สัมภาษณ์ และไม่เคยแสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะในพื้นที่สาธารณะหรือบนสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว
.
ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่เพียงการถูกใส่ร้าย แต่คือผลกระทบจากวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง ซึ่งอาจนำไปสู่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) ได้ เพราะการสร้างข่าวปลอมและบิดเบือนข้อเท็จจริงเช่นนี้ ไม่เพียงทำลายชื่อเสียง แต่ยังกระทบต่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง
.
นางอังคณา ระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนมักตกเป็นเป้าการโจมตีบนโลกออนไลน์เป็นคนแรก ๆ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยชนะคดีแพ่งกรณีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ของ กอ.รมน. ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่ามีการดำเนินการจริง แต่การคุกคามกลับยังไม่ยุติลง ก่อนหน้านี้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งความคืบหน้า จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน.บางยี่เรือ ซึ่งเป็นท้องที่ตามภูมิลำเนา พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาต้นตอของผู้สร้างและผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จ รวมถึงผู้ที่ร่วมแชร์ข้อความดังกล่าว
.
เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา การคุกคาม และการเผยแพร่ข้อความที่สร้างความเกลียดชัง พร้อมตั้งคำถามถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีว่า ได้มีมาตรการป้องกันและคุ้มครองประชาชนจากการคุกคามบนโลกออนไลน์อย่างเพียงพอหรือไม่
.
นางอังคณา ย้ำว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ไม่เคยหวั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างยิ่ง เพราะประชาชนที่ไม่ได้ติดตามข้อเท็จจริงอาจหลงเชื่อว่าตนเป็นผู้กล่าวข้อความดังกล่าวจริง ส่งผลให้ความเกลียดชังขยายวงกว้าง และอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง
.
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงออกมาแสดงความคิดเห็นพาดพิงถึงตนว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจ พร้อมตั้งคำถามว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนให้ข้อมูลหรือไม่ เพราะการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวยิ่งทำให้ข้อมูลเท็จถูกเผยแพร่และแชร์ต่อเป็นวงกว้าง จนมองได้ว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง
.
นางอังคณา เรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อจัดการปัญหาการคุกคามบนโลกออนไลน์ และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากผู้กระทำยังคงเดินหน้าสร้างความเกลียดชังอย่างต่อเนื่อง
.
“จริง ๆ ดิฉันไม่ใช่คนที่อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะไปฟ้องร้อง แต่คราวนี้ค่อนข้างกังวล เพราะมีการเรียกร้องให้วิสามัญฆาตกรรม หรืออุ้มฆ่า” นางอังคณา กล่าว
.
นางอังคณา ระบุว่า ก่อนเดินทางมาแจ้งความ ได้เข้าปรึกษากับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งได้รับคำแนะนำให้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจในพื้นที่ก่อน หากคดีมีความซับซ้อนหรือเกินขีดความสามารถของท้องที่จะประสาน บก.ปอท. เข้าร่วมดำเนินการต่อไป พร้อมทิ้งท้ายด้วยการตั้งคำถามถึงกระทรวงดีอีว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการใดในการคุ้มครองประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการถูกคุกคามบนโลกออนไลน์อย่างแท้จริงแล้วหรือไม่