เมื่อ : 10 ส.ค. 2569

รัฐบาลเผยส่งออกไทยยังร้อนแรง เดือน มิ.ย.โตถึง 20.8% ขณะที่ 6 เดือนแรกกวาดเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ สินค้าเทคโนโลยีโตกระฉูด ด้านสิงคโปร์พุ่งแรงถึง 74% แต่จับตานำเข้าเพิ่ม 38% ดันขาดดุลการค้ากว่า 3.17 หมื่นล้านดอลลาร์
.
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ว่า ภาคส่งออกยังคงโชว์ฟอร์มแข็งแกร่ง ขยายตัวในระดับสูงและทำได้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ส่งออกของไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้
.
ตัวเลขล่าสุดพบว่า ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ไทยมีมูลค่าการส่งออกรวมสูงถึง 196741.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เฉพาะเดือนมิถุนายนเดือนเดียว การส่งออกมีมูลค่า 34655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 20.8%
.
เมื่อเจาะตัวเลขเป็นรายไตรมาส ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงส่งจากภาคการค้าต่างประเทศยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกของปี 2569 ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 96169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.4% ก่อนที่ไตรมาส 2 จะขยับขึ้นเป็น 100572.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.7% นับเป็นการเติบโตในระดับสูงต่อเนื่องตลอดช่วง 6 เดือนแรกของปี
.
เทคโนโลยีขึ้นแท่น “หัวลาก” ส่งออก คอมพิวเตอร์พุ่งเกือบ 48%
.
สำหรับพระเอกสำคัญที่ช่วยดันตัวเลขส่งออกไทยในครึ่งปีแรก หนีไม่พ้นกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทำมูลค่าส่งออกถึง 18781.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 47.9% และมีส่วนต่อการเติบโตของการส่งออกรวมถึง 5.4 จุด
.
ขณะที่เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยิ่งเติบโตแบบก้าวกระโดด มีมูลค่าส่งออก 3547.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 169.0% นอกจากนี้ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลการเกษตร หม้อแปลงไฟฟ้า รวมถึงทองแดงและของทำด้วยทองแดง ต่างขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
.
ไม่เพียงกลุ่มเทคโนโลยีเท่านั้น สินค้าเกษตรและอาหารซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของไทยยังคงทำรายได้เข้าประเทศ โดยผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง มีมูลค่าส่งออก 4024.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.3% ส่วนอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่าส่งออกสูงถึง 14166.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.8%
.
สหรัฐฯ ยังเบอร์ 1 กวาดกว่า 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ สิงคโปร์โตกระฉูด 74%
.
ด้านตลาดส่งออกสำคัญ “สหรัฐอเมริกา” ยังคงครองตำแหน่งตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยอย่างเหนียวแน่น โดยตลอด 6 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งสินค้าไปสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า 47144.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 41.1% และคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 24.0% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
.
อันดับถัดมาคือจีน มูลค่า 22645.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.1% ญี่ปุ่น 13186.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.9% อินเดีย 9152.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.0% ขณะที่สิงคโปร์ถือเป็นอีกตลาดที่น่าจับตาอย่างมาก ด้วยมูลค่าส่งออก 9132.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวสูงถึง 74.0%
.
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภาพรวมดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเติบโตของสินค้าเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งสะท้อนโอกาสของไทยในการเข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่มากขึ้น
.
ขณะเดียวกัน ตลาดส่งออกหลักหลายแห่งยังสามารถขยายตัวไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และสิงคโปร์ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองแรงส่งของภาคการค้าระหว่างประเทศ
.
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ตัวเลขในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนอย่างชัดเจนว่า การส่งออกของไทยในปีนี้ทำได้ดีกว่าปีก่อน โดยตลอด 6 เดือนแรกเติบโตถึง 17.6% และเฉพาะเดือนมิถุนายนขยายตัวถึง 20.8%
.
รัฐบาลจึงเตรียมเดินหน้ารักษาแรงส่งดังกล่าว ทั้งการเปิดตลาดส่งออกใหม่ ควบคู่กับการดูแลตลาดเดิม และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อผลักดันรายได้จากการส่งออกให้กลับเข้าสู่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ SMEs และระบบเศรษฐกิจไทยให้ได้มากที่สุด
.
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขส่งออกที่เติบโตอย่างโดดเด่น ยังมีอีกด้านที่ต้องจับตา โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ไทยมีมูลค่าการค้ารวม 425227.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 27.8% แต่การนำเข้ากลับมีมูลค่าสูงถึง 228485.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 38.0% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 31744.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
รัฐบาลยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย พร้อมประคองเครื่องยนต์ส่งออกให้เดินหน้าสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง