จาก ‘ผืนดิน-ผืนผ้า’ สู่ตลาดโลก ‘อนุทิน’ ดัน OTOP ไทยโกอินเตอร์
จากงานศิลปาชีพสู่ OTOP ไทยกว่า 150000 ผลิตภัณฑ์ นายกฯ ประกาศดันเทคโนโลยี-นวัตกรรมผสานทุนวัฒนธรรม เปิดประตูสินค้าไทยสู่ตลาดโลก สร้างงานสร้างเงินคืนชุมชน
.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ประจำปี 2569 ที่เวทีกลาง ชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีภายใต้แนวคิด “RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน” ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานกว่า 1000 คน
.
ภายในงานมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ เข้าร่วม
.
ช่วงหนึ่งของพิธี นายอนุทินและผู้ร่วมงานได้รับชมการแสดงชุด “จากผืนดิน ผ่านผืนผ้า สู่ผืนฟ้า แห่งสากล” โดยวงดุริยางค์เยาวชนไทย ถ่ายทอดเรื่องราวน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่แห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญในการฟื้นชีวิตผ้าไทย โดยเฉพาะชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ รวมถึงงานศิลปหัตถกรรมของไทย จนสามารถยืนหยัดเป็นมรดกแห่งภูมิปัญญา และได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศทั่วโลก
.
จากนั้น นายอนุทินกล่าวเปิดงานว่า การจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่คนไทยจะได้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค
.
พระองค์ทรงส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ราษฎร ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติ ให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป พระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวก่อให้เกิดคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศ ทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และการธำรงรักษาภูมิปัญญาไทยให้สามารถปรับตัวก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
.
นายกรัฐมนตรีระบุว่า งานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็น “เวทีแห่งการสืบสานพระราชปณิธาน” และเผยแพร่คุณค่าของภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและสินค้า OTOP ที่เกิดขึ้นจากความวิริยะ อุตสาหะ ความประณีต และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย
.
นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาผสมผสานกับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับสินค้า OTOP ไทยให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้น ตลอดจนขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ประชาชนอย่างทั่วถึง
.
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” เป็นอีกก้าวสำคัญในการประกาศศักยภาพของผู้ผลิตและผู้ประกอบการชุมชนไทย สะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
.
พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงาน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และทุกฝ่ายที่ร่วมกันจัดงาน ก่อนเชิญชวนประชาชนร่วมเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและสินค้า OTOP เพื่อร่วมกันสนับสนุนภูมิปัญญาไทย ผู้ประกอบการชุมชน และช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
.
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เดินทางมาเยี่ยมชม ให้กำลังใจ และอุดหนุนสินค้าจากผู้ประกอบการตลอดช่วง 2 วันก่อนพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ
.
ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า ผลิตภัณฑ์ OTOP ไม่ได้เป็นเพียง “สินค้า” แต่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาไทย สะท้อนคุณค่าและคุณภาพสู่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องจากงาน OTOP มีพื้นฐานสำคัญจากโครงการศิลปาชีพของพระองค์
.
กระทรวงมหาดไทยจึงได้บูรณาการทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน และมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนจัดงานดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมเปิดพื้นที่สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มอาชีพที่เป็นสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ และกลุ่มผู้ผลิต OTOP จากทั่วประเทศ
.
สำหรับงานปี 2569 จัดกิจกรรมสำคัญ 3 ส่วน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมถึงนิทรรศการน้อมถวายอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
.
ส่วนที่สอง เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” กลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ระดับ 3-5 ดาว “OTOP ชวนชิม” ศิลปิน OTOP รวมถึงส่วนราชการ มูลนิธิ และสมาคมต่าง ๆ รวม 15 หน่วยงาน
.
ขณะที่ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการมากกว่า 3000 ราย นำผลิตภัณฑ์กว่า 150000 รายการมาให้ประชาชนเลือกชม เลือกชิม และเลือกซื้อ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ศิลปวัฒนธรรม และการแสดงจากศิลปินชั้นนำ
.
ที่สำคัญ การนำโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มาขับเคลื่อนภายในงาน เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเพียง 2 วันแรก สามารถสร้างยอดจำหน่ายรวมแล้วถึง 146 ล้านบาท สะท้อนพลังการจับจ่ายและการสนับสนุนสินค้าชุมชนจากประชาชน
.
สำหรับกลุ่มสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูง ประกอบด้วย OTOP 5 ประเภท ยอดขาย 78.6 ล้านบาท ศิลปิน OTOP 11.9 ล้านบาท OTOP ชวนชิม 12.5 ล้านบาท ภาคีเครือข่าย 8.4 ล้านบาท และ OTOP ขึ้นเครื่องบิน 3.69 ล้านบาท
.
กระทรวงมหาดไทยจึงขอเชิญชวนแฟนคลับ OTOP และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
.
ร่วม “ชม ช็อป ชิม เช็กอิน” ผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทย ส่งต่อคุณค่าจากภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน และเปลี่ยนทุกการจับจ่ายให้กลายเป็นรายได้ที่ไหลกลับสู่ชุมชน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน
