เมื่อ : 12 ส.ค. 2569

ชาวสวนคีรีราษฎร์เจอศึกสามด้าน “ผักราคาถูก–รถขาด–ฝนหนัก” กะหล่ำ 20 ไร่ ต้องใช้รถ 6 ล้อถึง 18 คัน แต่รถหายาก หวั่นใช้เวลากว่า 10 วันกว่าจะขนหมด
.
เกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานแก้ไขปัญหาขาดแคลนรถขนส่งผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะรถบรรทุก 6 ล้อและรถ 4 ล้อ หลังช่วงนี้ผลผลิตจากหลายแปลงทยอยออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก แต่จำนวนรถที่เข้ามารับซื้อและขนส่งกลับมีไม่เพียงพอ ทำให้เกษตรกรต้องเร่งหารถและรอคิวขนส่ง ท่ามกลางความกังวลว่าผักสดอาจเสียหายก่อนถึงตลาด
.
โดยเฉพาะเกษตรกรตำบลคีรีราษฎร์ กำลังเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ทั้งกะหล่ำปลี ผักกาดขาว และผักชนิดต่าง ๆ เพื่อเตรียมส่งไปจำหน่ายยังตลาดสี่มุมเมือง แต่กลับติดปัญหาสำคัญคือ “มีผัก แต่ไม่มีรถขน” ทำให้ต้องรอคิวรถและพยายามประสานหารถรับจ้างจากพื้นที่อื่นเข้ามาช่วยขนผลผลิตออกจากแหล่งเพาะปลูก
.
สารวัตรวีรยุทธ สิริมงคลอัศวะ อายุ 55 ปี เกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ เปิดเผยว่า รอบการผลิตนี้ตนปลูกกะหล่ำปลีประมาณ 20 ไร่ ขณะนี้ถึงช่วงต้องเร่งเก็บเกี่ยว แต่ต้องเผชิญปัญหาหนักพร้อมกันหลายด้าน ทั้งราคาผักที่อยู่ในระดับต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง และที่น่ากังวลคือการหารถขนส่งผลผลิตออกไปจำหน่ายทำได้ยากมาก
.
สำหรับกะหล่ำปลีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ หากต้องการขนผลผลิตออกจากแปลงทั้งหมด ต้องใช้รถบรรทุก 6 ล้อประมาณ 18 คัน หรือหากใช้รถ 4 ล้อจะต้องใช้ประมาณ 24 คัน แต่ในวันนี้กลับสามารถหารถ 4 ล้อเข้ามารับผลผลิตได้เพียง 2 คันเท่านั้น ส่งผลให้การขนส่งล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก
.
เกษตรกรประเมินว่า หากยังหารถได้ในจำนวนเท่านี้ การขนกะหล่ำปลีออกจากพื้นที่ 20 ไร่ อาจต้องใช้เวลานานกว่า 10 วัน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากสำหรับผลผลิตประเภทผักสด เนื่องจากเมื่อถึงอายุเก็บเกี่ยวแล้วจำเป็นต้องรีบนำออกจากแปลงและส่งถึงตลาดโดยเร็ว หากปล่อยไว้นาน คุณภาพจะลดลงและอาจเกิดความเสียหายจนขายไม่ได้
.
สถานการณ์ยิ่งถูกซ้ำเติมจากสภาพอากาศ เนื่องจากพื้นที่อำเภอพบพระมีฝนตกแทบทุกวัน และยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนนบางเส้นทางที่ใช้เข้าออกพื้นที่การเกษตรมีสภาพลื่น เป็นโคลน และสัญจรลำบาก รถรับจ้างขนส่งบางรายจึงไม่สะดวกหรือไม่ต้องการนำรถเข้าไปรับผลผลิตถึงแปลง ยิ่งทำให้จำนวนรถที่มีอยู่จำกัดลงไปอีก
.
ปัญหาครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเคราะห์ซ้ำสำหรับเกษตรกร เพราะในช่วงที่ราคาผักตกต่ำ รายได้จากผลผลิตลดลงอยู่แล้ว แต่ยังต้องแบกรับต้นทุนทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกที่ปรับตัวสูงขึ้น หากสุดท้ายผลผลิตที่ลงทุนลงแรงมาหลายเดือนต้องเสียหายเพียงเพราะไม่มีรถนำออกไปขาย ก็ยิ่งทำให้เกษตรกรขาดทุนหนักกว่าเดิม
.
“อย่างน้อยถ้าได้รถขนผักไปขายตลาด การขาดทุนก็จะน้อยลง ยังช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุน ปุ๋ยและยาราคาแพง ต้นทุนการผลิตสูง หากผลผลิตต้องเสียหายเพราะไม่มีรถขนส่ง เกษตรกรก็ยิ่งเดือดร้อน” เกษตรกรสะท้อนถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ
.
ทั้งนี้ ปัญหารถขนส่งไม่เพียงพอไม่ได้เกิดขึ้นกับเกษตรกรเพียงรายใดรายหนึ่ง แต่กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากช่วงนี้ผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดในพื้นที่ออกสู่ตลาดในเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งกะหล่ำปลี ผักกาดขาว และพืชผักชนิดอื่น ส่งผลให้ความต้องการรถรับจ้างขนส่งพุ่งสูงขึ้นพร้อมกัน ขณะที่จำนวนรถ 6 ล้อและรถ 4 ล้อที่สามารถเข้ามารับผลผลิตมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ
.
เกษตรกรในพื้นที่ระบุด้วยว่า สถานการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็น “ปัญหาซ้ำซาก” ที่เกิดขึ้นแทบทุกปีในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตหลายชนิดออกพร้อมกัน เกษตรกรต้องแข่งขันกันหารถขนส่ง ขณะที่ฝนที่ตกหนักทำให้เส้นทางเข้าแปลงยากลำบาก กลายเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และยังไม่มีระบบรองรับที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
เกษตรกรจึงฝากเสียงผ่านสื่อไปถึงหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ประกอบการขนส่ง ขอให้เร่งประสานจัดหารถบรรทุก 6 ล้อและรถ 4 ล้อเข้ามารองรับผลผลิตให้เพียงพอ รวมถึงช่วยวางระบบบริหารจัดการคิวรถรับผลผลิต เพื่อกระจายรถเข้าสู่พื้นที่อย่างเหมาะสม ลดปัญหาการแย่งรถและการรอคิวเป็นเวลานาน
.
พร้อมกันนี้ ต้องการให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขในระยะยาว เนื่องจาก “ระบบขนส่ง” ถือเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของภาคเกษตร หากสามารถบริหารจัดการรถให้เพียงพอและขนผลผลิตออกจากแหล่งผลิตได้ตรงเวลา จะช่วยลดการสูญเสีย ลดภาระต้นทุน และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรรักษารายได้จากผลผลิตที่ลงทุนทั้งเงิน แรงงาน และเวลามานานหลายเดือน
.
สำหรับเกษตรกรแล้ว ในวันที่ราคาผักตกต่ำ สิ่งที่ต้องการอาจไม่ใช่เพียงการขายให้ได้ราคาสูง แต่คือการมี “รถ” พาผลผลิตออกจากแปลงไปถึงตลาดให้ทันเวลา ก่อนที่หยาดเหงื่อและเงินลงทุนตลอดหลายเดือนจะต้องเสียหายคาสวนไปพร้อมกับสายฝน
.
ข่าว/ภาพ : ชวลิต วิกุลชัยกิจ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตาก