เมื่อ : 13 ส.ค. 2569

บทเรียนราคาแพง! ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับสาวเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลฯต่อหน้าแม่ ”12 สิงหา”วันแม่แห่งชาติ หลอกลงทุน เหยื่อสูญกว่า 3.6 แสน
.
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ.ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาวปิยะมาศหรืออาย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/3 ซ.เทศบาล 2 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี 
.
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.708/2569 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569
.
โดยสามารถจับกุม บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 2568 ผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง โดยใช้วิธีการชักชวนให้ผู้เสียหายเปิดวงเงินเครดิตเพื่อสมัครสมาชิกและซื้อขายสินค้า ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและดำเนินการตามคำแนะนำของกลุ่มมิจฉาชีพ แรกๆ ผู้เสียหายได้เงินจากการลงทุนจริง จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจนถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนดและเมื่อจะถอนเงิน ไม่สามารถถอนเงินได้ ยังถูกแก้งมิจฉาชีพให้โอนเงินเพื่อทำการถอนเงิน โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นาๆ ต่อมาไม่สามารถติดต่อแก้งมิจฉาชีพได้ จึงทำให้เชื่อว่าถูกหลอกลวง 

จากการหลอกลวงดังกล่าว ผู้เสียหายได้โอนเงินและได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 365175.75 บาท ภายหลังทราบว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ จึงได้เข้าร้องทุกข์ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
พฤติการณ์มิจฉาชีพ มิจฉาชีพใช้เรื่องการเปิดเครดิตและการสมัครสมาชิกขายสินค้าเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนชักจูงให้ผู้เสียหายดำเนินการตามคำแนะนำและโอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนด เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินแล้ว จึงพบว่าตนเองไม่ได้รับประโยชน์ตามที่กล่าวอ้างและเกิดความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก

โดยในการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านางสาวปิยะมาศหรืออาย ใยแก้ว อายุ 23 ปี นั้นหลบหนีอยู่ทางภาคเหนือและกำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร  จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่ 
.
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนางสาวปิยะมาศฯ  โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  
.
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2568 ตนได้ดาวน์โหลดและสมัครแอปฯ สินเชื่อเงินกู้ผ่าน Play Store เพื่อทำการขอกู้เงินออนไลน์ จำนวนเกือบ 10 แอปฯ โดยทางแอปฯ ได้ให้ตนทำการกรอกชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ และบุคคลที่สามารถติดต่อได้ ส่งเอกสารส่วนตัว สำเนาบัตรประชาชนหน้าหลัง เฟสบุ๊ค ไลน์และทำการสแกนใบหน้า พร้อมให้ส่งเลขบัญชีธนาคาร โดยแอปฯ ที่ตนสมัครไป ไม่สามารถกู้เงินได้เลย ตนจึงเชื่อว่าน่าจะโดนแก้งมิจฉาชีพนำข้อมูลของตนไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมายเบื้องต้นผู้ต้องหาขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
.
เตือนภัยปัจจุบันมิจฉาชีพมักใช้วิธี ชักชวนลงทุนหรือสมัครสมาชิกซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนหรือกำไรสูง ในช่วงแรกอาจมีการให้ถอนเงินหรือได้รับผลตอบแทนจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้เหยื่อมั่นใจ ก่อนชักชวนให้เพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น
.
เมื่อเหยื่อต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพจะอ้างสารพัดเหตุผลว่า ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกบัญชี ยืนยันตัวตน เสียภาษี ชำระค่าธรรมเนียม หรือเพิ่มวงเงินก่อนจึงจะถอนเงินได้ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
.
ขอให้พี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่รับประกันผลตอบแทนหรืออ้างว่าสามารถสร้างกำไรได้ง่าย โดยเฉพาะการลงทุนที่ต้องโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น หรือเมื่อจะถอนเงินแล้วถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม
.
หากพบพฤติกรรมต้องสงสัย ให้ หยุดโอนเงินทันที ตรวจสอบข้อมูลและตัวตนของผู้ชักชวนผ่านช่องทางทางการก่อนตัดสินใจ และเก็บหลักฐานการสนทนา สลิปการโอนเงิน และข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อใช้ในการดำเนินคดี