แม่น้ำโขงหนุนลำน้ำสาขาเอ่อท่วมนาข้าวนครพนม 2 หมื่นไร่ ชาวบ้านเดือดร้อนเกือบร้อยหลังคาเรือน
สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครพนมยังคงอยู่ในขั้นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะเริ่มมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากมวลน้ำสะสมยังอยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการระบายน้ำของลำน้ำสาขา โดยเฉพาะ “ลำน้ำสงคราม” และ “ลำน้ำอูน” ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและนาข้าวแล้วมากกว่า 20000 ไร่ ขณะเดียวกันพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบ้านแพงและอำเภอศรีสงคราม มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบรวมเกือบ 100 หลังคาเรือน
.
โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 วัดได้ 11.89 เมตร ลดลงจากเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม (12.01 เมตร) ราว 12 เซนติเมตร ทว่าระดับน้ำดังกล่าวก็ยังถือว่าสูงจนเกิดภาวะน้ำโขงหนุน มวลน้ำจากลำน้ำสาขาไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้ตามปกติ จนไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวและไร่นาของเกษตรกรกว่า หมื่นไร่ โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือ อำเภอศรีสงคราม และ อำเภอนาหว้า
.
อีกหนึ่งจุดวิกฤตที่น่าเป็นห่วงคือ ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดบรรจบกันระหว่างลำน้ำสงครามและแม่น้ำโขง ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง พร้อมทั้งต้อนสัตว์เลี้ยง (โค กระบือ สุกร) ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว
.
นอกจากนี้ กระแสน้ำยังได้ทะลักเข้าท่วมบริเวณใต้สะพานข้ามห้วย ซึ่งถูกใช้เป็น จุดกลับรถรวม 5 แห่ง จนรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ส่งผลให้ชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนนต้องขับอ้อมไปกลับรถไกลขึ้นอีกประมาณ 5–6 กิโลเมตร
.
ความยากลำบากในการเดินทางดังกล่าว ยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อผู้ประกอบการ ร้านค้า และร้านอาหารริมน้ำ เช่น “สวนอาหารปากน้ำไชยบุรี” ที่ยอดขายและจำนวนลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากลูกค้าเดินทางเข้า–ออกไม่สะดวก
