เมื่อ : 18 ส.ค. 2569

สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นร้อนระอุ เปิดรับสมัครวันแรก 2 อดีตนายกเผชิญหน้าชิงเก้าอี้ “วัฒนา” จับได้เบอร์ 1 ส่วน “พงษ์ศักดิ์” เบอร์ 2 กองเชียร์แน่นลาน
.
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมแก่นนคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น บรรยากาศการเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครจนแน่นลานด้านหน้าสถานที่รับสมัคร และมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
.
การรับสมัครมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2569 โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.จ.ขอนแก่น และนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธาน กกต.อบจ.ขอนแก่น ร่วมสังเกตการณ์
.
ทันทีที่เปิดรับสมัคร นายพงษ์เจตน์ พรกุณา ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มาลงทะเบียน พบว่า นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น เดินทางมาถึงเป็นลำดับแรก ตามด้วย นายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น
.
เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงลำดับหมายเลขผู้สมัครกันได้ กกต.จึงให้จับสลาก ผลปรากฏว่า นายวัฒนาได้หมายเลข 1 ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ได้หมายเลข 2 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการสมัครอย่างเป็นทางการ
.
บรรยากาศฝั่งนายวัฒนาเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรคกล้าธรรมเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก ทั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม นายเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรค ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ นายการุณ โหสกุล ตลอดจน สส.ขอนแก่น พรรคกล้าธรรม อาทิ นายธนิก มาสีพิทักษ์ นายเอกชัย สืบสารคาม และ นายปราชญา หงอกชัย รวมถึง สจ.และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
.
นายวัฒนา ผู้สมัครหมายเลข 1 กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เปรียบเสมือนการคืนความบริสุทธิ์ให้ตน เนื่องจากคำพิพากษาระบุชัดว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงหรือทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม การกลับมาลงสนามครั้งนี้จึงเป็นการขอโอกาสจากประชาชนอีกครั้ง โดยเฉพาะชาวขอนแก่นกว่า 330000 คนที่เคยลงคะแนนให้ พร้อมประกาศเดินหน้านโยบาย “9ดี เฮ็ดต่อ” สานงานเดิมและก่องานใหม่ หลังเคยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.เพียงกว่า 1 ปี
.
นโยบายสำคัญประกอบด้วย การผลักดันรถมินิบัส EV เชื่อมระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมือง เปิดช่องทางร้องเรียนปัญหาผ่านโทรศัพท์มือถือ ผลักดันขอนแก่นสู่ “เมืองหลวงหมอลำ” สร้าง 26 แลนด์มาร์คใน 26 อำเภอ ส่งเสริมการจ้างงานให้ลูกหลานกลับมาทำงานบ้านเกิด สนับสนุนเด็กขอนแก่นเรียน 3 ภาษา ไทย-จีน-อังกฤษ และต้องไม่มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพราะความยากจน รวมถึงโครงการรักษาพยาบาลใกล้บ้านโดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง ส่งเสริมเกษตรกรให้ “ปลูกแล้วต้องขายได้” และผลักดันขอนแก่นเป็นเจ้าภาพมหกรรมระดับโลก รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ
.
นายวัฒนา ย้ำว่า หากได้รับเลือกตั้งพร้อมกลับเข้าทำงานได้ทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่สามารถรอปัญหาทางการเมืองได้
.
ขณะที่ นายพงษ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ประกาศแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการสร้างรายได้ พร้อมให้ความสำคัญกับปัญหา PM2.5 การเผาป่า การอนุรักษ์ดินและน้ำ กีฬา การป้องกันยาเสพติด ตลอดจนการดูแลผู้สูงอายุ สตรี และองค์กรต่างๆ ในพื้นที่
.
พร้อมเปิดประเด็นเรื่องการบริหารงบประมาณ โดยระบุว่า ปัจจุบันงบลงทุนของ อบจ.ขอนแก่นเบิกจ่ายได้ประมาณ 30% ทั้งที่เหลือเวลาอีกไม่นานจะสิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 ก.ย. ทำให้กังวลว่างบประมาณอาจตกค้างและไม่สามารถส่งต่อประโยชน์ถึงประชาชนได้
.
นายพงษ์ศักดิ์ระบุว่า ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ขอนแก่น สามารถบริหารและเบิกจ่ายงบลงทุนได้มากกว่า 90% ก่อนสิ้นปีงบประมาณ พร้อมชี้ว่าการเบิกจ่ายล่าช้าย่อมกระทบประชาชนโดยตรง อบจ.ขอนแก่นมีความพร้อมเต็ม 100% สำหรับจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นในวันที่ 27 ก.ย.2569 ใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งทั่วจังหวัดประมาณ 70 ล้านบาท
.
พร้อมกำชับผู้สมัครทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด ห้ามกระทำการใดที่สุ่มเสี่ยงหรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดย กกต.ขอนแก่นเตรียมส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เฝ้าติดตามการแข่งขันอย่างเข้มข้น และคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากประชาชน มีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
.
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น