เมื่อ : 19 ส.ค. 2569

กัดไม่ปล่อย! 191 ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดอีสาน รวบผู้ต้องหา 4 ราย ขณะนัดส่งมอบยาบ้ากลางห้างดังและร้านสะดวกซื้อ ค้นบ้านพักยึดของกลางรวมกว่า 2 ล้านเม็ด พร้อมชิ้นส่วนอาวุธปืนและยึดทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 63 ล้านบาท

พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจพ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผบก.สปพ. สั่งการให้พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจพ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส พ.ต.ท.ธวัชชัย แจ่มวิธีเลิศ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรวม 4 ราย ประกอบด้วย น.ส.อริสา นายทวี นายวิษณุ และนายวัฒนา พร้อมของกลาง ยาบ้า 2036000 เม็ด  ชิ้นส่วนประกอบอาวุธปืน 14 ชิ้น แม็กกาซีน 13 ชิ้น ลำกล้องปืน 4 ชิ้น เครื่องกระสุนปืน 2 นัด รถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม  และรถจักรยานยนต์ 1 คัน มูลค่ากว่า 63 ล้านบาท 

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ชุดจับกุมได้ขยายผลจากการจับกุมคดียาไอซ์ย่านรามคำแหง จนทราบว่ามีเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงวางแผนส่งสายลับติดต่อล่อซื้อยาบ้าจำนวน 200000 เม็ด โดยนัดหมายส่งมอบเงินที่ห้างบิ๊กซี รังสิต คลอง 6 และรับของที่ร้านสะดวกซื้อ สาขาแยกนพวงศ์ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี  โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายทวี นายวิษณุ และนายวัฒนา ขณะรอรับเงิน พร้อมซ้อนแผนจับกุม น.ส.อริสา ขณะขับรถนำยาบ้า 210000 เม็ดมาส่งมอบ จากนั้นขยายผลตรวจค้นบ้านพักของนายวัฒนา พบยาบ้าซุกซ่อนอีก 1826000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 2036000 เม็ด ตรวจยึดชิ้นส่วนอาวุธปืน เครื่องกระสุน รวมถึงที่ดิน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มูลค่ารวมกว่า 63 ล้านบาท

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อ “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป