เมื่อ : 29 ส.ค. 2569

 ”ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์” อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ออกโรงป้องเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม แฉยับชนวนเหตุแท้จริงเกิดจากมีกลุ่มคนจ้องอยากได้ที่ดินวัด พอหาเหตุผลสู้ไม่ได้กลับแถเรื่องอื่นดิสเครดิต ชี้วิกฤตกลายเป็นโอกาส ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจแน่นวัดจนเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก
.
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 69 นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้นำน้ำดื่มมาบริจาคให้กับทางวัดป่าอดุลยาราม เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนและญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก่อนจะเข้าพบและร่วมพูดคุยกับพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม หลังจากที่ท่านเดินทางกลับมาจากภารกิจกิจนิมนต์
.
นายธีระศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนมีความผูกพันและร่วมเป็นอุปัฏฐากสนับสนุนกิจกรรมของวัดป่าอดุลยารามมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีจนถึงนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ที่ผ่านมาพระครูอดุลสารนิเทศทำหน้าที่นำพระสงฆ์และประชาชนทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและร่วมกิจกรรมประเพณีต่าง ๆ ไม่เคยขาด ยามชาวบ้านเดือดร้อนท่านก็ช่วยเหลือเต็มที่ ถึงขั้นซื้อรถสองแถวไว้คอยขนย้ายศพผู้เสียชีวิตฟรี
.
ส่วนประเด็นที่มีคนกล่าวหาเรื่องการตัดต้นไม้ในวัด นายธีระศักดิ์ ยืนยันว่า จากประสบการณ์ตน บางวัดเมื่อมีต้นไม้เสี่ยงทับกุฏิจะประสานเทศบาลให้ไปช่วยตัด แต่สำหรับวัดป่าอดุลยาราม พระครูอดุลสารนิเทศไม่เคยร้องขอให้เทศบาลมาตัดต้นไม้เลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่ช่วยรักษาและอนุรักษ์พื้นที่ป่าเอาไว้ หากใครยังมีข้อสงสัยอยากให้เดินทางมาดูพื้นที่จริงด้วยตาตนเอง
.
”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองในมุมบวก จากเดิมที่วัดค่อนข้างเงียบเหงา แต่ตอนนี้วัดกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนอีกครั้ง ชาวบ้านมาร่วมตั้งโรงทานและให้กำลังใจเจ้าอาวาสทุกวัน จนทำให้วัดกลายเป็นจุดเช็กอิน มีร้านค้า แผงสลากกินแบ่ง ร้านกาแฟ และรถเข็นขายของ คึกคักจนเศรษฐกิจในชุมชนดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งนี้คือปฏิกิริยาสะท้อนกลับของพุทธศาสนิกชนที่ออกมาช่วยกันปกป้องวัด” นายธีระศักดิ์ กล่าว
.
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการได้มาซึ่งตำแหน่งเจ้าอาวาส นายธีระศักดิ์ ชี้แจงว่า ควรกลับไปพิจารณาที่ ”ต้นเหตุ” เรื่องนี้เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการได้ที่ดินของวัด แต่เมื่อมีข้อมูลข้อเท็จจริงออกมาโต้แย้งจนฝั่งนั้นไปต่อด้วยเหตุผลไม่ได้ ก็พยายามหาข้ออ้างใหม่ ๆ มาดิสเครดิตและทำลายภาพลักษณ์ของเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
.
”พระครูอดุลสารนิเทศได้พิสูจน์ตนเองด้วยการครองตนเป็นพระสงฆ์ที่ดี จนประชาชนให้ความเคารพศรัทธา และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย สิ่งนี้คือบทพิสูจน์ที่ก้าวข้ามคำติฉินนินทา ยิ่งไปกว่านั้นจากการทุ่มเททำงานหนักเพื่อพุทธศาสนา ทำให้ปัจจุบันท่านมีปัญหาด้านสุขภาพ ต้องเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกสัปดาห์ ตนเชื่อมั่นว่าสุดท้าย ’ความดีย่อมชนะความชั่ว’ และเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี”
.
นายธีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงกลุ่มคนที่ยังต้องการที่ดินผืนดังกล่าวว่า สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดเรื่องอาจมาจากจิตใจ อารมณ์ หรือความโลภ เมื่อบทพิสูจน์ปรากฏชัดแล้วก็ควรละวาง ทั้งเรื่องศักดิ์ศรี ความแค้น และความโลภ เพราะเหตุการณ์ที่ประชาชนมารวมตัวกันปกป้องวัดมากมายขนาดนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ หากละวางได้สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้น ไม่เช่นนั้นก็จะเห็นพลังประชาชนมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
.
ส่วนประเด็นข้อพิพาทเรื่องการออกโฉนดที่ดินผืนเดิมในอดีตที่เกี่ยวข้องกับเทศบาล นายธีระศักดิ์ อธิบายว่า ช่วงนั้นเป็นการรังวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ดิน เมื่อพบว่าไม่ถูกต้องตามพื้นที่จริง ทางเทศบาลก็จำเป็นต้องคัดค้านตามหน้าที่เพื่อไม่ให้เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมดต้องรอการพิสูจน์ทราบตามกระบวนการต่อไป

 

 

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Thailand Region
จังหวัดอุทัยธานีจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เพื่อรักษาเอกลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี และส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี กระจายรายได้สู่ชุมชน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวอังศนา ลุยจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี นายสิทธิชัย เทพภูษา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พล.ต.ต. ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมงานที่วัดอุโปสถาราม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานีถือเป็นจังหวัดทางประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่ง โดยสถานที่หนึ่งที่มีเอกลักษณ์ริมฝังแม่น้ำ นั่นคือ ”แม่น้ำสะแกกรัง” มีชุมชนชาวแพที่มีวิถีชีวิตผูกพันสายน้ำแห่งนี้ โดยการจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง เพื่อเป็นการรักษาความเป็นเอกลักษณ์คุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเนื่องด้วยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีการย้ายที่ตั้งเมืองจาก ”เมืองอุไทยธานีเก่า” (อำเภอหนองฉาง) มาอยู่บ้านสะแกกรัง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อยู่ใกล้กับริมน้ำสะแกกรังมีความเหมาะสมทางด้านยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านคมนาคมขนส่งและการค้าขาย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2376 โดยนับถึงปีปัจจุบันนี้จะมีอายุครบ 192 ปี จังหวัดอุทัยธานี ขอเชิญเที่ยวงานวิจิตรธานีถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง สัมผัสวิถีชีวิตสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นนุ่งผ้าไทยดื่มด่ำมุมมองใหม่แห่งแม่น้ำสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ภายในงานจะพบกับสินค้าของดีของเด่นจากจังหวัดอุทัยธานี กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยจีน การเดินแบชุดไทยย้อนยุค รำวงย้อนยุค การแสดงละครประกอบเพลง(The Musical) การแสดงดนตรี ชมหนังกลางแปลง3D กิจกรรมล่องเรือท่องเที่ยวชมวิถีแห่งสายน้ำสะแกกรัง กิจกรรมนั่งรถรางเที่ยวชมการประดับตกแต่งไฟ และพบกับ ศิลปินดังมากมาย ภายในงาน 15 สิงหาคม 2568 อ๊อดโฟร์เอส การแสดงโขนตอนศึกนาคบาศ การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้าและมายากล 16 สิงหาคม 2568 การแสดงแดงลิเกกุ้ง สุธิราช รำวงวาไรตี้ แนนซี่ท็อปไลน์คอมโบ การแสดงเชิดสิงโตกวางตุ้งโดดโต๊ะดอกเหมยต่อตัว 17 สิงหาคม 2568 ต่าย อรทัย คู่หูรำวงสามช่า ร่วมสมัย ฟิวส์กิติกรและหน่อย สุธิษา การแสดงเชิดมังกรทองเล่นภาคพื้นดินพลุโอ่งขึ้นเสาพ้นพลุพ่นไฟ
16 ส.ค. 2568