เมื่อ : 08 ก.ย. 2569

“สนธิ ลิ้มทองกุล” ประกาศเปิดฉากเคลื่อนไหว “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” นัดประชาชน 10 ก.ย. ยื่นหนังสือหน้าสถานทูตอิสราเอล ก่อนจับตา กกต. 14 ก.ย. ปมฮั้ว สว.
.
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” พร้อมประกาศนัดประชาชนวันที่ 10 กันยายน เวลา 09.30 น. รวมตัวก่อนเดินทางไปยื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์บริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอล
.
นายสนธิ ระบุว่า หลังการเคลื่อนไหววันที่ 10 กันยายน จะเดินสายพบประชาชนทั่วทุกภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้าใจ รับฟังความคิดเห็น และประเมินระดับความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศ พร้อมจับตาการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระอย่างใกล้ชิด
.
หนึ่งในประเด็นที่นายสนธิให้ความสำคัญ คือการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 14 กันยายน ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกเรียกว่า “ฮั้ว สว.” โดยนายสนธิคาดการณ์ว่า มติอาจออกมาในลักษณะ 5 ต่อ 2 พร้อมแสดงความกังวลว่าอาจเกิดการ “ตัดตอน” ผู้เกี่ยวข้องบางส่วน หากสถานการณ์เป็นไปตามที่คาด ก็จะพิจารณายกระดับการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนภายในสัปดาห์ดังกล่าว
.
นายสนธิกล่าวถึงเหตุผลของการออกมาเคลื่อนไหวว่า มาจากปัญหาที่สะสมในประเทศหลายด้าน และสิ่งที่ตนมองว่ารัฐบาลยังไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยยกประเด็นนอมินีต่างชาติ การกว้านซื้อที่ดินของชาวต่างชาติ กลุ่มทุนสีเทา การอนุญาตจัดตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและระบบวีซ่าอย่างจริงจัง
.
นอกจากนี้ ยังพาดพิงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งข้อสงสัยเรื่องการกักตุนน้ำมัน การทุจริตหรือโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ปัญหาฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ป.ป.ช. และ กกต. โดยตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสและการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้
.
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาและความคิดเห็นของนายสนธิ ซึ่งข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องยังต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานและกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
นายสนธิย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายล้มรัฐบาล แต่เป็นการกดดันและตรวจสอบให้รัฐบาลบริหารประเทศภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม มีความซื่อสัตย์ และกล้าตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
.
พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมจะไม่เป็นลักษณะปักหลักค้างคืน แต่เชื่อว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก โดยวันที่ 10 กันยายนจะเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนจับตาผลประชุม กกต. วันที่ 14 กันยายน หากพบสิ่งที่มองว่าเข้าข่าย “ตัดตอน” ก็พร้อมพิจารณากำหนดทิศทางเคลื่อนไหวครั้งต่อไปทันที