วธ.เดินหน้าต่อยอดวัฒนธรรม“สี • สรรค์ • ไทย”สู่ “Experience – Participation – Learning”
“สี • สรรค์ • ไทย” ปิดฉาก 5 วัน คนร่วมกว่า 3 หมื่นคน ออนไลน์เข้าถึงกว่า 24 ล้านครั้ง ยอดขาย 17 ล้านบาท เงินหมุนเวียน 43 ล้านบาท วธ.ต่อยอดงานวัฒนธรรมสู่ “Experience – Participation – Learning”
.
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “สี • สรรค์ • ไทย : COLORS OF THAI THAI” ระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 7–8 เมืองทองธานี มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 30000 คน การเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์มียอดผู้ชมและการเข้าถึงกว่า 24 ล้านครั้ง ยอดจำหน่ายภายในงานกว่า 17 ล้านบาท และเกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจประมาณ 43 ล้านบาท
.
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า งานครั้งนี้มุ่งปรับภาพงานวัฒนธรรมให้ใกล้ตัว สนุก และเข้าถึงได้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนจาก “ผู้ชม” เป็น “ผู้มีส่วนร่วม” ผ่านการแสดง อาหาร งานคราฟต์ นิทรรศการ และเวิร์กช็อป พร้อมนำเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ สะท้อนแนวคิด “ของเก่าไม่จำเป็นต้องเล่าแบบเก่า” ซึ่งผลตอบรับพบว่า คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งตั้งใจมาชมศิลปินและคอนเสิร์ต แต่กลับสนใจกิจกรรมเวิร์กช็อปและพื้นที่สร้างประสบการณ์มากขึ้น
.
ขณะที่ผู้เข้าชม นางสุภาพร ดวงจันทร์ และนายเพชร เกษมสัตน์ ชื่นชมการจัดพื้นที่ที่กว้างขวาง เดินสะดวก และรวมของดีจากทั่วประเทศไว้ในที่เดียว ส่วนกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ตู้สติ๊กเกอร์สไตล์หนังสือพิมพ์ และโซนโคมยี่เป็ง ทำให้รู้สึกว่าวัฒนธรรมไทยเข้าถึงง่ายและสนุก ส่วนความเห็นด้านผู้ประกอบการ นางสาวลัดดา ตั้งรัตนะ เจ้าของฟาร์มผึ้งลัดดา จ.ชัยภูมิ และ นางสาวพัณณิตา วิรุฬ จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีพัฒนาบ้านโพธิ์เมือง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า งานช่วยให้พบผู้บริโภคโดยตรง มีผู้ขอข้อมูลติดต่อและสั่งซื้อออนไลน์ต่อเนื่อง ขณะที่ นายธงชัย พันธุ์สง่า ร้านผ้าไหม DETAIL จ.นครราชสีมา นิยามงานว่า “วัฒนธรรมติดแอร์” เพราะนอกจากเปิดตลาดสินค้าแล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้เล่าเรื่องภูมิปัญญา และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวชุมชนได้
.
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า งานครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ ศิลปิน และเครือข่ายวัฒนธรรมกว่า 500 คน พบผู้บริโภคโดยตรง เกิดยอดจำหน่ายกว่า 17 ล้านบาท และเงินหมุนเวียนประมาณ 43 ล้านบาท ขณะที่การสื่อสารผ่าน Facebook TikTok Instagram YouTube และเครือข่ายต่าง ๆ ขยายการรับรู้สู่ผู้ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมงาน มียอดผู้ชมและการเข้าถึงกว่า 24 ล้านครั้ง
.
นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงจะนำบทเรียนจากงานไปพัฒนาการจัดงานในอนาคต โดยเน้น Experience – Participation – Learning ควบคู่กับการสร้างตลาดและรายได้ให้ศิลปิน ชุมชน และผู้ประกอบการ
.
“เป้าหมายของเราไม่ใช่จัดงานให้ใหญ่ขึ้นทุกปี แต่ต้องทำให้งานมีคุณค่ามากขึ้นทุกปี เมื่อวัฒนธรรมทำให้คนอยากรู้ อยากลองทำ อยากเดินทาง และอยากเล่าต่อ วัฒนธรรมก็สามารถสร้างทั้งคน สร้างชุมชน สร้างความภูมิใจ และสร้างเศรษฐกิจได้พร้อมกัน”
.
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจะนำข้อมูลผู้เข้าร่วมงาน ยอดขาย เงินหมุนเวียน การรับชมออนไลน์ ความพึงพอใจ และข้อเสนอแนะ มาประเมินเพื่อพัฒนางานครั้งต่อไป มุ่งยกระดับจากการจัด “Event” สู่ “Cultural Experience Platform” เชื่อมโยงวัฒนธรรม การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน รมว วธ กล่าวตอนท้าย
