เมื่อ : 14 ก.ย. 2569

“รมว.สุชาติ” ผนึกกำลัง ศุลกากร–DSI–คพ.– กรมโรงงานฯ ลุยตรวจขยะอิเล็กทรอนิกส์แหลมฉบัง ศุลกากรเผยผลงานด้านสิ่งแวดล้อมจับกุมกว่า 234 ล้านบาท

.

เมื่อวัน 14 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในการบูรณาการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย “การกระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล” โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และพ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมเผยผลการดำเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อมในรอบ 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 จำนวน 187 คดี น้ำหนัก 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234.4 ล้านบาท ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง

และท่าเทียบเรือฮัทชิสันแหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) จังหวัดชลบุรี

.

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรได้สนองรับนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายอย่างต่อเนื่อง โดยภารกิจดังกล่าวไม่ได้มุ่งเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ตลอดจนป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นปลายทางของขยะและของเสียอันตรายจากต่างประเทศ

.

ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินงานด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569(เดือนตุลาคม2568 - เดือนสิงหาคม 2569) กรมศุลกากรสามารถจับกุมสินค้าที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 187 คดี น้ำหนัก 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234.4 ล้านบาท ประกอบด้วย ขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 2.7 ล้านกิโลกรัม ของเสียอันตรายจำนวน 6.6 ล้านกิโลกรัม และเศษพลาสติกจำนวน 3 แสนกิโลกรัม

.

สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือประสานกรมศุลกากรเพื่ออายัดตู้สินค้า จำนวน 50 ตู้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและขยายผล โดยกรมศุลกากรได้ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พบว่า 19 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้ตรวจพบความผิดและดำเนินการจับกุมไว้แล้ว ขณะที่ 14 ตู้ ไม่พบข้อมูลการนำตู้สินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และอีก 17 ตู้เป็นตู้สินค้าที่มีข้อมูลการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งพบว่า 1 ตู้ ได้รับการตรวจปล่อยไปก่อนจะได้รับแจ้งการอายัด และอีก 6 ตู้ อยู่ระหว่างการอายัด โดยมีสถานะรอผู้นำเข้าติดต่อเพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

.

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 กรมศุลกากรได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบตู้สินค้า จำนวน 10 ตู้ พบว่า 4 ตู้ มีสินค้าตรงตามที่สำแดง ขณะที่ 6 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ตรวจพบความผิด โดยมีการปะปนของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือวัตถุที่อาจเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย และการดำเนินการในวันนี้ กรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันนำตู้สินค้า จำนวน 9 ตู้ มาเปิดตรวจร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นตู้ที่ตรวจพบความผิดจำนวน 6 ตู้ตามข้างต้น และเป็นตู้สินค้าของรายบริษัทเดียวกันอีก 3 ตู้ ณ ท่าเทียบเรือฮัทชิสันแหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) จังหวัดชลบุรี

.

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย กรมศุลกากรมีบทบาทสำคัญในการคัดกรองและตรวจสอบสินค้านำเข้า รวมถึงสนับสนุนข้อมูลการนำเข้า เอกสารทางศุลกากร และผลการตรวจสอบตู้สินค้า เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การสืบสวนและขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง อันสะท้อนถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

.

นายพันธ์ทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมศุลกากรพร้อมสนับสนุนกรมสอบสวนคดีพิเศษและทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ทั้งด้านข้อมูลการนำเข้า เอกสารทางศุลกากร และการตรวจสอบตู้สินค้า โดยเห็นว่าการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์

และของเสียอันตรายไม่อาจสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล ความเชี่ยวชาญ และการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันอย่างจริงจัง

.

ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะเดินหน้าภารกิจเชิงรุกในการคัดกรองและตรวจสอบสินค้านำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย พร้อมสนับสนุนข้อมูลและการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นปลายทางของขยะและของเสียอันตรายจากต่างประเทศต่อไป