เมื่อ : 16 ต.ค. 2569

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “สส.เต๋า” นายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายวชิรวิทย์ นพขำ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการตำรวจ นำคณะทำงานและทีมงานอาสาสมัครลงพื้นที่ลุยน้ำท่วม เพื่อเดินหน้าแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคและถุงยังชีพจำนวนกว่า 1,000 ชุด ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ ตำบลบางกะดี และตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

.

การลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ คณะของผู้แทนราษฎรได้มุ่งเน้นไปยังชุมชนและบ้านเรือนของประชาชนที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงกลุ่มบ้านเรือนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรวมถึงน้ำทะเลหนุนสูง จนส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร ทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันของชาวบ้านเป็นไปด้วยความยากลำบาก

.

โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่นในแต่ละจุด ร่วมเดินทางมาช่วยประสานงาน อำนวยความสะดวก และจัดระเบียบการเข้ารับมอบสิ่งของ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือเข้าถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและปลอดภัยที่สุด ซึ่งภายในถุงยังชีพประกอบไปด้วยสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพอย่างครบครัน อาทิ ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม นม ตลอดจน ยาน้ำกัดเท้า เพื่อให้ประชาชนได้ใช้รักษาโรคที่มากับน้ำท่วมในเบื้องต้น

.

นายศุภชัย นพขำ สส.จังหวัดปทุมธานี ได้เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า “จากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมและทีมงานมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและนอกคันกั้นน้ำที่ต้องรับแรงปะทะของน้ำเป็นกลุ่มแรกๆ

.

ตนเองจึงได้ตัดสินใจใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวร่วมกับครอบครัวในการจัดซื้อสิ่งของจำเป็นและถุงยังชีพเหล่านี้ เพื่อนำมาแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้แก่พ่อแม่พี่น้อง แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้อาจจะไม่สามารถทดแทนความเสียหายทั้งหมดได้ แต่ก็เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งมอบกำลังใจให้แก่กันในยามวิกฤต ยืนยันว่าพวกเราไม่เคยทอดทิ้งกัน และพร้อมที่จะเคียงข้างพี่น้องชาวปทุมธานีเพื่อก้าวผ่านความเดือดร้อนนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัยครับ”

.

นอกจากนี้ นายศุภชัย ยังระบุเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการมอบถุงยังชีพเพื่อประทังชีพในเบื้องต้นแล้ว ตนเองและทีมงานยังได้ใช้โอกาสนี้ในการสำรวจโครงสร้างพื้นฐาน จุดเสี่ยง น้ำท่วมขัง และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนโดยตรงจากปากของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำไปประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

.

ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในการเร่งระบายน้ำ ตรวจสอบความมั่นคงของคันกั้นน้ำ และเตรียมความพร้อมในการวางแผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการผลักดันแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป