เมื่อ : 20 ต.ค. 2569

"ทนายดำรง" และ "ทนายมายด์"พากลุ่มผู้เสียหายนักศึกษาชาวจีน ที่ถูกมิจฉาชีพคนไทย โพสต์โฆษณาหลอกลวงเงินค่าที่พัก เข้าแจ้งความกองปราบ มูลค่าความเสียหายนับ 10 ล้านบาท

.

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2569 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทนายดำรง บุญประคอง พร้อมด้วย ทนายมายด์ น.ส.ปรีชญาณ์ บุญประคอง พาตัวแทนผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษาชาวจีน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกมิจฉาชีพคนไทยโพสต์โฆษณาหลอกลวงเงินค่าที่พักและมัดจำซื้อขายคอนโดมิเนียม มูลค่าความเสียหลายล้านบาท 

.

ผู้เสียหายได้นำเอกสารสัญญา สลิปโอนเงิน และข้อความสนทนากับเอเจนซี่ มอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน โดยผู้เสียหายรายหนึ่งเปิดเผยว่า ได้ติดต่อเช่าคอนโดมิเนียมระยะยาว 3 ปี เนื่องจากต้องเดินทางมาศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในประเทศไทย และได้จ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าไปแล้วกว่า 156,000 บาท ตกเดือนละ 4,000 กว่าบาท /

.

แต่เมื่อเดินทางมาถึงกลับพบว่าห้องพักที่ได้รับไม่ตรงกับห้องที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งหลังเข้าพักได้ประมาณ 5 เดือน เอเจนซี่แจ้งว่าห้องดังกล่าวมีผู้ซื้อแล้ว จึงต้องย้ายไปห้องใหม่ แต่หลังจากย้ายได้ประมาณ 5 เดือน เจ้าของห้องตัวจริงกลับมาแจ้งให้ออกจากห้อง โดยอ้างว่าไม่มีการจ่ายค่าเช่ารายเดือน ทำให้ผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.เตาปูน ไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ผู้เสียหายรายอื่นบางส่วนต้องย้ายออกไปพักโรงแรม ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

.

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีกรายที่ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.เตาปูนเช่นกัน เป็นการซื้อต่อคอนโดมิเนียม ที่มีการติดต่อผ่านนายหน้าคนเดียวกัน ตกลงราคากันที่ 1,2000,000 บาท โดยมีการโอนเงินมัดจำ จำนวน 50,000 บาท เข้าบัญชีของนายหน้าคนดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 โดยตามข้อตกลงระบุว่า จะดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 15 วัน แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่มีการโอนตามที่กล่าวอ้าง และเมื่อทวงถามขอเงินมัดจำคืน กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมาจนไม่สามารถติดต่อได้

.

ด้านทนายมายด์ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ติดต่อปล่อยเช่าคอนโดและเจ้าของห้องมีชื่อเป็นผู้หญิง แต่เงินกลับถูกโอนเข้าบัญชีผู้ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร // นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนทั่วไปให้ร่วมลงทุนประมูลซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อนำมารีโนเวทและขายต่อ โดยอ้างว่าจะได้กำไรเท่าตัว ก่อนเชิดเงินหนี / กลุ่มผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หลอกลวงในลักษณะดังกล่าวมาแล้วประมาณ 1-2 ปี โดยตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มีคนมาร้องเรียนที่ตนแล้วประมาณ 70 คน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท

.

โดยพฤติการณ์ ของการหลอกเหยื่อจะไม่เหมือนกัน โดยจะมีผู้เสียหายตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน รวมๆแล้วตอนนี้ความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท โดยแต่ละรายมีความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท / พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะมีการโฆษณาผ่านทางสื่อโซเชียลออนไลน์

.

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ประสานท้องที่เกิดเหตุ และติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป