เมื่อ : 22 ต.ค. 2569

ปราจีนบุรี - ชาวบ้าน อ.กบินทร์บุรี สุดทน! ร้องลั่นพบน้ำเน่าสีดำส่งกลิ่นเหม็นเอ่อล้นจากหลังนิคมฯ บ่อทอง ไหลลงบึงหนองขอน แหล่งน้ำดิบทำประปาหมู่บ้าน หวั่นกระทบสัตว์น้ำและชาวบ้านเรื้อรัง แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็งเปิดหน้าชน จี้สั่งปิดถาวรโรงงานก่อมลพิษตาม ม.39 วรรคสาม พร้อมฉะแหลกอุตสาหกรรมจังหวัดทำงานล่าช้า ปล่อยปิดโรงงานแค่กระดาษ เสนอย้ายยกทีม! ขณะที่ “สุชาติ ชมกลิ่น” สั่ง คพ. ลุยส่งทีมตรวจคลองเพชรเอิม แต่ข่าวดี! ผู้ว่าฯ การันตีปลาแม่น้ำปราจีนบุรีปลอดภัย ไร้ปนเปื้อนโลหะหนัก เปิบได้สบายใจ

.

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เกิดกระแสความวิตกกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย หลังผู้นำชุมชนบ้านนาใต้ หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โพสต์ภาพและข้อความประจานปัญหาน้ำเสียสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็นเน่า ไหลทะลักมาจากบริเวณด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง ลงสู่สระน้ำสาธารณะรอบบึงหนองขอน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ก่อนจะเอ่อล้นไหลลงแควพระปรงและแม่น้ำปราจีนบุรี ชี้เป็นปัญหายืดเรื้อรังมาตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่เคยทำปลาตายเกลื่อน และปัจจุบันยังคงมีการแอบปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะอยู่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

.

เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ช่วงน้ำท่วมหรือฝนตก น้ำเสียจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ต้นข้าวและหญ้าเน่าตายเสียหาย ชาวบ้านในพื้นที่ต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่

.

ด้าน นายสุนทร คมคาย แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ออกมาเปิดหน้าชนเดือด เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจตามมาตรา 39 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน สั่งปิดโรงงานที่ก่อปัญหามลพิษอย่างถาวร แทนการใช้มาตรา 39 วรรคหนึ่ง ที่สั่งแค่หยุดปรับปรุงชั่วคราว พร้อมเรียกร้องให้เยียวยาชาวบ้าน ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน การตรวจสุขภาพระยะยาว และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมถึงดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด

.

นอกจากนี้ นายสุนทร ยังได้ยื่นข้อเสนอสุดแซ่บ จี้ให้ “ย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีออกไปยกทีม” โดยแฉว่า ที่ผ่านมาการทำงานล่าช้า ปล่อยปละละเลย ทำให้คำสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเพียง 'กระดาษแผ่นเดียว' โรงงานแอบดึงกระดาษออกแล้วเปิดทำงานต่อ พอมีชุดตรวจพิเศษมาค่อยเอากระดาษมาติดใหม่ แถมพอชาวบ้านแจ้งเบาะแสคราบน้ำมันสีรุ้ง ก็ไม่เคยรีบลงมาตรวจสอบปล่อยให้หลักฐานเจือจางหายไป

.

ขณะเดียวกัน เพจกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้ คพ. ประสาน สคพ.7 (สระบุรี) ทสจ.ปราจีนบุรี และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำบริเวณเหนือประตูระบายน้ำคลองเพชรเอิม ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี เบื้องต้นพบน้ำมีสีน้ำตาลดำ มีกลิ่นเล็กน้อย ค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) อยู่ที่ 0.8 ppm (ยังไม่กระทบสุขภาพรุนแรง) และค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) อยู่ที่ 3.23–3.26 มก./ลิตร ซึ่งยังไม่ต่างจากแม่น้ำปราจีนบุรี โดยได้เก็บตัวอย่างน้ำ 5 จุด ส่งตรวจแล็บอย่างละเอียดแล้ว

.

ล่าสุดเวลา 20.45 น. นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์เนื้อสัตว์น้ำจากห้องแล็บกรมประมง ที่เก็บตัวอย่างปลาธรรมชาติและปลาทับทิมกระชัง 9 ตัวอย่าง จาก 8 สถานี ครอบคลุมต้นน้ำ ยัน ปลายน้ำ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา

.

ปรากฏว่า “ผลตรวจผ่านฉลุย ปลอดภัย ไร้โลหะหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานสาสุข!” โดยค่าปรอท แคดเมียม และตะกั่ว ตรวจพบเพียงน้อยนิด หรือไม่พบเลย ต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยอย่างมาก ยืนยันให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสบายใจว่า สัตว์น้ำและปลาในแม่น้ำปราจีนบุรีสามารถนำมารับประทานได้อย่างปลอดภัยแน่นอน!

.

###มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###