เมื่อ : 26 ธ.ค. 2567

แอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2024 ปิดฉากลงไปเรียบร้อย โดยที่นักกอล์ฟสาวไทย ได้สร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้า 6 แชมป์ นับเป็นสถิติที่มากที่สุดที่นักกอล์ฟไทยคว้ามาได้ในหนึ่งฤดูกาลตั้งแต่ร่วมแข่งขันรายการแอลพีจีเอมา และ ”แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ ยังคว้าแชมป์ทีมผสมรายการร่วมกับพีจีเอ ทัวร์ปิดท้ายปีอีกด้วย

              

กอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ 2024 เริ่มต้นในปลายเดือนมกราคม สิ้นสุดโปรแกรมรายการทางการของทัวร์เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งนักกอล์ฟไทยสร้างผลงานคว้ามาได้ 6 แชมป์ ตั้งแต่ ”แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ คว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ นับเป็นแชมป์ที่สองในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ ต่อจากรายการ เอเอ็นเอ อินสปิเรชันแนล (เชฟรอน แชมเปียนชิพ) รายการเมเจอร์เมื่อปี 2021 โดยสถิติในแอลพีจีเอ ทัวร์ เล่น 18 รายการจบลงใน 10 อันดับแรก 4 รายการ ทำเงินรางวัลรวม 1231694 ดอลลาร์ ก่อนจะมาคว้าแชมป์กอล์ฟทีมผสม แอลพีจีเอ-พีจีเอ ทัวร์ แกรนท์ ธอนตัน อินวิเเทชันแนล คู่กับ เจค แน็ปป รับเงินรางวัลไปคนละ 500000 ดอลลาร์ รวม 1731694 ดอลลาร์

              

”จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล วัย 22 ปี อดีตมือ 1 ของโลกคว้าแชมป์ 2 รายการจากทีมดาว แชมเปียนชิพ คู่กับ หยิน ยัวหนิง เพื่อนสนิทจากจีน เมื่อเดือนมิถุนายน และปิดท้ายฤดูกาล คว้าแชมป์ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน พร้อมกับคว้ารางวัล 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นเงินรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์กอล์ฟหญิง และทำเงินรางวัลรวมสูงสุด 6059309 ดอลลาร์ และเมื่อรวมกับเงินรางวัล The Aon Risk Reward Challenge อีก 1 ล้านดอลลาร์ทำให้ปีนี้เธอทำเงินรางวัลรวมเป็น 7059309 ดอลลาร์ จากการเล่น 17 รายการ สถิติจบลงใน 10 อันดับแรกมากถึง 12 รายการ และรวมกับเงินรางวัล 280000 ดอลลาร์ จบอันดับ 2 กอล์ฟทีมผสมแอลพีจีเอ-พีจีเอ ทัวร์ แกรนท์ ธอนตัน อินวิเเทชันแนล ทำให้ปีนี้ อาฒยา มีรายได้รวมทั้งหมด 7339309 ดอลลาร์

              

”พราว” ชเนตตี วรรณแสน เล่นทัวร์ปีที่สอง แต่ก็คว้าแชมป์ได้ในรายการเดนา โอเพ่น เมื่อเดือนกรกฎาคมเป็นการคว้าแชมป์รายการที่สองในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ โดยเธอเล่นทั้งหมด 29 รายการในปี 2024 จบลงใน 10 อันดับแรก 4 รายการ ทำเงินรางวัลรวม 1002989 ดอลลาร์

              

ตามมาด้วย ”โม” โมรียา จุฑานุกทาล คว้าแชมป์ พอร์ทแลนด์ คลาสสิก เมื่อเดือนสิงหาคม นับเป็นแชมป์ที่สามในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ โดยสถิติเล่นในทัวร์ปีนี้ 27 รายการจบลงใน 10 อันดับแรก 2 รายการทำเงินรางวัลรวม 612518 ดอลลาร์

              

และจัสมิน สุวัณณะปุระ คว้าแชมป์ วอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปียนชิพ นับเป็นแชมป์ที่สามในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ และสถิติการเล่นในทัวร์มากที่สุดในปีนี้รวม 30 รายการ จบลงใน 10 อันดับแรก 4 รายการทำเงินรางวัลรวม 816593 ดอลลาร์

              

สรุปผลงานของนักกอล์ฟสาวไทยในแอลพีจีเอ ทัวร์ ปี 2024 คว้าแชมป์รวม 6 รายการมากที่สุดของนักกอล์ฟไทยที่เคยทำได้ก่อนหน้านี้ 5 รายการในปี 2016 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์จากนักกอล์ฟคนเดียวคือ ”เม” เอรียา จุฑานุกาล เป็นรองแค่นักกอล์ฟจากสหรัฐอเมริกาที่คว้าแชมป์มากที่สุดรวม 12 รายการ และหากรวมกับรายการพิเศษที่ไม่ใช่ รายการทางการของทัวร์ที่ ปภังกร คว้าแชมป์ทีมผสมมาได้นั้น รวมเป็น 7 รายการนับความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาของนักกอล์ฟไทยในเวทีกอล์ฟอาชีพสตรีระดับโลก พร้อมกับทำเงินรางวัลทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ได้มากถึง 5 คนด้วยกัน

              

หากจะย้อนกลับไปตั้งแต่ เอรียา จุฑานุกาล สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ในแอลพีจีเอ ทัวร์ เมื่อปี 2016 เป็นต้นมา นักกอล์ฟไทยคว้าแชมป์ทุก ๆ ปียกเว้นในปี 2020 ซึ่งแอลพีจีเอ ไม่ได้แข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเนื่องจากปัญหาการระบาดของโควิด-19

              

สำหรับนักกอล์ฟสาวไทยที่คว้าแชมป์ในแอลพีจีเอ ทัวร์มี เอรียา จุฑานุกาล 12 รายการ อาฒยา ฐิติกุล 4 รายการ โมรียา จุฑานุกาล 3 รายการ จัสมิน สุวัณณะปุระ 3 รายการ ปภังกร ธวัชธนกิจ 2 รายการ ชเนตตี วรรณแสน 2  รายการ และ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ 2 รายการ รวมทั้งสิ้น 28 แชมป์

              

หลังจากแอลพีจีเอ ทัวร์ ปิดฤดูกาลนักกอล์ฟมีเวลาพักก่อนจะกลับไปฝึกซ้อมในเดือนมกราคมปีหน้า โดยโปรแกรมจะเริ่มต้นรายการแรกเปิดฤดูกาลในรายการ ทัวร์นาเมนท์ ออฟ แชมเปียนส์ ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาในปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์


เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Sport
ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามสำหรับงานแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติ International Fencing Cup 2024 ครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นโดยชมรม Ying Fencing Club ซึ่งจัดการแข่งขันกีฬาฟันดาบครั้งใหญ่ โดยมีนักกีฬาฟันดาบนานาชาติเข้าร่วมกว่า 800 คนจาก 13 ประเทศ และเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่จัดให้มีนักกีฬาอายุ 6 ขวบได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน โดยงานจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และวันอาทิตย์ที่ 1ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ (หรือเดิมคือ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า) โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานมี พลโทโชคชัย พลสมัคร กรรมการสมาคมฯ. พร้อมด้วย คุณVictor K.Lau คุณพานุศักดิ์ พลาวัสถ์พงษ์คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ให้การต้อนรับ. ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวเปิดงานในส่วนของสมาคมกีฬาฟันดาบฯ ดังนี้ “ในส่วนของ สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ขอขอบคุณชมรมสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจดํารงตําแหน่ง นายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ สมัยวาระ ปี 2567 ถึงปี 2571 สําหรับบทบาทของ สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ เรามุ่งมั่นนักกีฬาฟันดาบของไทยในทุกรุ่นอายุ ตั้งแต่ระดับยุวชน เยาวชน รุ่นทั่วไป รวมถึงรุ่นอาวุโส ให้มีความเป็นเลิศทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงในระดับ เอเชีย และระดับโลกอีกด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคบ้านเรา ยังคงมีความมุ่งหวังอย่างแรงกล้า ให้ประเทศไทยได้กลับขึ้นมาเป็นเจ้าอาเซียนอีกครั้ง นอกจากนี้ทางสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ยังมุ่งมั่นเผยแพร่กีฬา ฟันดาบ ให้กระจายสู่ทั่วทุกภูมิภาคของเมืองไทย เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้จัก และหันมาเล่นกีฬาฟันดาบกันมากขึ้นโดยเฉพาะในรุ่นยุวชน และเยาวชน ซึ่งเป็นผลดีต่อทุกภาคส่วน. เพื่อให้สมาคมฯ ได้เฟ้นหานักกีฬาช้างเผือกจากพื้นที่ห่างไกล และเป็นการเปิดโอกาสในด้านความเป็นเลิศของนักกีฬา รวมถึงโอกาสทางการศึกษาของนักกีฬา ที่อยู่ในต่างจังหวัดอีกด้วย” ภายในงานได้รับเกียรติจากนักกีฬาฟันดาบระดับโลกมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน อาทิ คุณ Zhang Ying ผู้ชนะเหรียญทองจากรายการชิงแชมป์โลกจากจีน และ ทีมโค้ชแชมป์โลกจากนานาชาติ อาทิ โค้ช Hamed Sedaghati อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิหร่าน และ Fabien Maumus อดีตนักกีฬาทีมฝรั่งเศส ฯลฯ ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่สำคัญมี 2 โค้ช ไทยผู้สร้างแรงบันดาลใจในงานนี้ คือ “โค้ชปุ๊ย” นันทา จันทสุวรรณสิน ผู้ฝึกสอนของชมรมYing Fencing Club ผู้ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนของ “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบคนแรกของโลก ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้ชาติไทยเจ้าของ 3 เหรียญทองพาราลิมปิกครบทั้ง 3 ประเภทดาบ. และท่านอาจารย์ ชาติชาย (พลโท ชาติชาย เกษมวงศ์) อุปนายกสมาคมกีฬาฟันดาบ โค้ชไทยที่อุทิศชีวิตและจิตวิญญาณให้กับกีฬาฟันดาบ โดยท่านได้เป็นอาสาสมัครไปเดินทางไปฝึกสอนและสร้างนักกีฬาในชนบทที่ขาดโอกาสและทุนทรัพย์ใ นการเข้าถึงกีฬาฟันดาบให้ได้มีโอกาสในการเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย. ก็ได้พานักกีฬาฟันดาบจากท้องถิ่น เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญครั้งนี้ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาฟันดาบรุ่นอายุ 6 ขวบมาร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และเป็นก้าวย่างสำคัญในการพัฒนาของวงการฟันดาบแห่งประเทศไทย งานนี้ทำให้ต่างชาติมองเห็นว่าเมืองไทยเราสามารถจัดการแข่งขันระดับกีฬาฟันดาบในระดับนานาชาติได้จริง เพราะมีความพร้อมทั้งระบบการจัดการ สถานที่จัดงานรองรับผู้เข้าชมงานได้เป็นจำนวนมาก โดยท่านนายกสมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ มีความต้องการจะสนับสนุนและยกระดับนักกีฬาฟันดาบในประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงกีฬาฟันดาบ โดยมีโค้ชระดับโลกเข้ามาสอน และจะผลักดันเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนกีฬาฟันดาบ ซึ่งสมาคมกีฬาฟันดาบของไทยปัจจุบันนี้มีนักกีฬาอายุ 6 ขวบไปแข่งกับ 8 ขวบได้ที่ 3 กลับมา ไปร่วมแข่งที่เซี่ยงไฮ้ จนได้ที่ 2 กลับมา และไปร่วมแข่งกับ นานาชาติก็ได้รับรางวัลกลับมา ซึ่งสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้. จากการเริ่มต้นในการจัดงานแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติครั้งนี้ ทางสมาคมขอขอบคุณ แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอฟบีที และ ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในการให้การสนับสนุนในการจัดการแข่งขัน และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเข้าร่วมสนับสนุนในการจัดงานครั้งต่อไปเพื่อให้กีฬาฟันดาบของประเทศไทยมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องอย่างแท้จริง
02 ธ.ค. 2567