กยท.เร่งคลอดงบเยียวยาชาวสวนยางได้รับผลกระทบสู้รบชายแดนกว่า5.5หมื่นราย
กยท. เตรียมงบช่วยเหลือชาวสวนยาง 5 จังหวัดชายแดน หลังไม่สามารถกรีดยางได้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการสู้รบไทย-กัมพูชา กว่า 55000 ราย คาดปริมาณยางพาราหายจากตลาดกว่า 4.8 แสน กก.
.
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ RAOT เตรียมพร้อมมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาเต็มกำลังหลังจากาวสวนยางในพื้นที่ 5 จังหวัดอาจได้รับผลกระทบกว่า 55000 ราย ไม่สามารถออกไปกรีดยางได้ตามปกติ คาดปริมาณยางพาราหายจากตลาดกว่า 4.8 แสน กก.ยางแห้ง/วัน ยืนยันความพร้อมในการช่วยเหลือ-บรรเทาความเดือดร้อนชาวสวนยางอย่างต่อเนื่องทุกสถานการณ์
.
ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุมจังหวัดบุรีรัมย์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และตราด ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่สามารถออกกรีดยางได้ จำนวนกว่า 55000 ราย (ข้อมูลจากเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ในพื้นที่ 5 จังหวัด รวม 24 อำเภอ)
.
รวมพื้นที่สวนยางประมาณ 609000 ไร่ อาจส่งผลให้มีปริมาณยางพาราหายไปจากตลาดวันละกว่า 487000 กก. ยางแห้ง ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว กยท. มีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวสวนยางและประชาชนในพื้นที่ จึงเร่งดำเนินมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เตรียมจัดสรรงบประมาณกว่า 1.8 ล้านบาท เพื่อจัดสรรถุงยังชีพมอบให้แก่ เกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนในพื้นที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน
.
นอกจากนี้ กยท. ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อรองรับและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมย้ายที่ทำการ กยท. ในพื้นที่เสี่ยง (กยท. สาขาบ้านกรวด ไปที่ กยท. จังหวัดบุรีรัมย์ และ กยท. สาขากันทรลักษ์ ไปที่ กยท. จังหวัดศรีสะเกษ) เป็นการชั่วคราว เพื่อให้การบริการเกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างต่อเนื่องและมีความปลอดภัย
.
ดร.เพิก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. หากสวนยางได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน หรือต้นยางได้รับความเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง จากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว สามารถยื่นขอรับสวัสดิการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้ รายละไม่เกิน 3000 บาท/แปลง และในกรณีที่เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนเสียชีวิต กยท. จะมอบเงินช่วยเหลือแก่ทายาท รายละไม่เกิน 30000 บาท
.
“กยท. พร้อมยืนเคียงข้างพี่น้องชาวสวนยางและประชาชนในพื้นที่ทุกสถานการณ์ พร้อมร่วมบูรณาการความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และปลอดภัยสูงสุด” ดร.เพิก กล่าว
