เมื่อ : 31 มี.ค. 2569


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พลิกเกมรับมือวิกฤตพลังงานโลก เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด “MOOD” ปรับรูปแบบการเดินทางเน้น “เที่ยวใกล้-ใช้พลังงานต่ำ” พร้อมชูกลยุทธ์ “Celebrity Marketing” สร้างแรงดึงดูดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ เชื่อมประสบการณ์จากโลกออนไลน์สู่กิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่จริง วางฐานสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ
.
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางทั้งทางอากาศและภาคขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง โดยมีแนวโน้มลดการเดินทางระยะไกลและควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงได้เปิดตัวแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้โครงการ “Smile Thailand” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะใกล้ เดินทางง่าย โดยวิกฤตพลังงานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทย ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และคุณค่าของประสบการณ์
.
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ทำให้คนเดินทาง แต่ต้องทำให้ ‘เดินทางอย่างมีคุณภาพ’ จากเดิมที่เน้นเที่ยวไกลและเร็ว สู่การเที่ยวใกล้ ใช้พลังงานต่ำ และสร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจในพื้นที่ โดยแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” มุ่งออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้กลยุทธ์ “Celebrity Marketing” นำโดย มาริโอ้ เมาเรอร์ แอนโทเนีย โพซิ้ว โอปอล สุชาตา มาร่วมสร้างกระแสการรับรู้ในวงกว้าง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแชร์ความรู้สึกหรือส่งภาพรอยยิ้มต่าง ๆ เข้ามา เพื่อลุ้นรับรางวัลมากมาย โดยแคมเปญดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิด “MOOD”  ได้แก่
.
•Mass Transportation ส่งเสริมการเดินทางร่วมกัน เพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น รถไฟ รถบัส และ EV Shuttle 
•Outbound to Domestic กระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในประเทศแทนการเดินทางต่างประเทศ
•Outdoor Activities เน้นกิจกรรมธรรมชาติที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น Hiking Cycling
•Deep Seeking สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงลึกแบบ Slow Tourism และชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านที่ไม่ควรมองข้าม
.
นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว แคมเปญยังมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะใกล้ให้เดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ที่นิยมเดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ททท.จึงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงประสบการณ์จากออนไลน์สู่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรม Smile@South Super Deal ร่วมกับ Agoda มอบส่วนลดที่พัก 15% สำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคใต้ เพื่อกระตุ้นการเดินทางระยะใกล้ (Short-haul Market) และกิจกรรม Amazing Thailand Passport Privileges@Hat Yai ที่มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านสิทธิพิเศษและของที่ระลึกจากชุมชน สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น
.
แคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ไม่เพียงมุ่งกระตุ้นการเดินทางในระยะสั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่เน้นความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต พร้อมสะท้อนการปรับตัวของการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ในสภาวะที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน