เมื่อ : 13 พ.ค. 2569

ปราจีนบุรี – รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่อภัยภูเบศร หนุนยกระดับสมุนไพรไทยสู่ ”เศรษฐกิจสุขภาพ” เต็มรูปแบบ สั่งเร่งปรับกลยุทธ์จากนักวิจัยสู่ ”นักการตลาดเชิงรุก” ชูสเปรย์กระดูกไก่ดำเจาะกลุ่มสปอร์ต-เวทีมวยระดับโลก พร้อมดันตำรับกลีบบัวแดงเจาะตลาดผู้สูงอายุ หวังลดการนำเข้ายาต่างประเทศและสร้างรายได้กลับสู่เกษตรกรไทย
.
เมื่อวันที่ 12พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรแจ้งว่า จากที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สมุนไพรไทยสู่สากล โดยมี พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และประธานมูลนิธิฯ พร้อมบุคลากรทางการแพทย์และเครือข่ายเกษตรกรให้การต้อนรับ
.
นายพัฒนา เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า อภัยภูเบศรมีจุดแข็งที่เป็นที่ยอมรับทั้งด้านงานวิจัยและคุณภาพการผลิต แต่ที่ผ่านมาอาจมีบทบาทเป็น ”นักวิจัยและนักผลิต” มากกว่า ”นักการตลาด” จึงได้มอบนโยบายให้เร่งวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเพิ่มยอดขายและขยายช่องทางตลาด โดยเน้นการดึงเม็ดเงินจากภาคเอกชนและตลาดใหม่ๆ เข้าสู่ระบบสาธารณสุข
.
”หากโรงพยาบาลรัฐสนับสนุนการใช้สมุนไพรไทยมากขึ้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศจากเดิมยา 100 บาท อาจเหลือเพียง 40 บาท แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้วิธีนำของดีไปขาย เพื่อนำเม็ดเงินใหม่เข้าประเทศ โดยต้องบริหารจัดการแบบอุตสาหกรรมสุขภาพเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นน้ำคือเกษตรกร จนถึงปลายน้ำคือการจัดจำหน่าย” รมว.สธ. กล่าว
.
ในส่วนของกลยุทธ์การตลาด รัฐมนตรีฯ ได้เสนอให้เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ “มัสคูล สเปรย์” (Muscool Spray) จากสมุนไพรกระดูกไก่ดำ ซึ่งมีสรรพคุณแก้ปวดกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับกลุ่มกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง (Sports Impact) เช่น วงการมวยไทย สมาคมกีฬาต่างๆ รวมถึงเวทีการแข่งขันระดับโลกอย่าง ONE Championship ซึ่งถือเป็นการสร้าง Soft Power สมุนไพรไทยในเวทีสากล
.
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสิทธิบัตรทอง (30 บาทรักษาทุกโรค) โดยมอบหมายให้ สปสช. ประเมินตัวเลขการจัดซื้อสมุนไพร เพื่อวางแผนการสนับสนุนเชิงนโยบายให้เติบโตยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันอภัยภูเบศรมีการรับซื้อสมุนไพรจากชุมชนกว่า 71 ล้านบาทต่อปี ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างทั่วถึง
.
ด้าน พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล เปิดเผยว่า อภัยภูเบศรมีความพร้อมครบวงจรตาม ”อภัยภูเบศรโมเดล” โดยในปี 2568 มียอดจ่ายยาสมุนไพรสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ผลิตภัณฑ์เด่นที่กำลังเร่งผลักดันคือ “อภัย-บี กลีบบัวแดง” ซึ่งมีผลการศึกษาว่าช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนและชะลอความเสื่อมของสมอง ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุทั่วโลก
.
”เป้าหมายของเราคือการนำสมุนไพรไทยเข้าสู่ Guideline ทางการแพทย์ เพื่อใช้ทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน เช่น ขมิ้นชันรักษาโรคทางเดินอาหาร หรือสเปรย์กระดูกไก่ดำรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นคงทางยาในภาวะวิกฤตโลกแล้ว ยังเป็นการสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน” พญ.วลีรัตน์ กล่าวปิดท้าย
.
โดย... มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###