ผลักดันนครพนมสู่ฮับลุ่มน้ำโขงคมนาคมอัดเมกะโปรเจกต์ เชื่อมลาว-เวียดนาม-จีน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนครพนม เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง พร้อมเร่งผลักดันแผนพัฒนาเมืองชายแดนให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
.
การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายปัญญา ชูพานิช และนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดร่วมคณะ โดยมี ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมให้การต้อนรับ
.
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมมีศักยภาพสูงในฐานะเมืองชายแดนที่มีแม่น้ำโขงกั้นระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว จึงเป็นประตูสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
.
ทั้งนี้ ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาระบบคมนาคมขนส่ง และเร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง การขนส่งสินค้า และยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประชาชน
.
ประเด็นสำคัญคือการติดตามความคืบหน้าโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ซึ่งจะรองรับการขนส่งสินค้าทางถนนเชื่อมต่อ สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ โดยกรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการโครงข่ายร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หรือ Modal Shift เชื่อมระบบถนนกับรถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม อย่างไร้รอยต่อ
.
นอกจากนี้ ยังบูรณาการความร่วมมือกับกรมศุลกากร เพื่อยกระดับศูนย์ดังกล่าวให้เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) รองรับพิธีการด้านศุลกากรและการขนส่งครบวงจร โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569
.
สำหรับโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมเศรษฐกิจ 6 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม ปัจจุบันแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 สัญญา โดยสัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่–หนองพอก มีความคืบหน้า 58.53% แต่ล่าช้ากว่าแผน 36.42% คาดแล้วเสร็จในปี 2572 ส่วนสัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก–สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 มีความคืบหน้า 12.53% ล่าช้ากว่าแผน 12.30% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571
.
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำชับการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เร่งรัดการดำเนินงาน ลดความล่าช้า และผลักดันโครงการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย เพื่อให้โครงข่ายรถไฟสายใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
.
นอกจากนี้ ยังได้รับฟังแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงจากกรมทางหลวง ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเรณูนคร ขนาด 4 ช่องจราจร แบ่งเป็น 2 ระยะ รวมระยะทางกว่า 14 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 800 ล้านบาท และโครงการทางเลี่ยงเมืองธาตุพนม ระยะทาง 8.61 กิโลเมตร วงเงิน 930 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างเสนอขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน
.
จากนั้น นายสิริพงศ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงของกรมทางหลวงชนบท สายถนนศรีโคตรบูรณ์ ช่วงถนนสวรรค์ชายโขง–อำเภอธาตุพนม ระยะทางรวม 51.1 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 766 ล้านบาท กำหนดดำเนินงานระหว่างปี 2570–2572 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรับมอบพื้นที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อำเภอธาตุพนม
.
ภายหลังการตรวจราชการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวพระธาตุสำคัญจังหวัดนครพนม ภายใต้กิจกรรมประชาสัมพันธ์เส้นทางไหว้พระธาตุประจำวันเกิด “7 วัน 8 พระธาตุ” ณ วัดพระธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชน และยกระดับนครพนมเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 มิถุนายน 2569 ภายในงานมีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม คอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง วงโปงลาง การจำหน่ายสินค้าชุมชน และการประกวดสาธิตอาหารพื้นเมือง
.
นายสิริพงศ์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าผลักดันทุกโครงการสำคัญทั้งในจังหวัดนครพนมและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเต็มกำลัง เพื่อพัฒนาให้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจหลักของภาคอีสานตอนบน เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการขยายตัวของการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
.
