เมื่อ : 05 ก.ค. 2569

ตำรวจ สน.ลุมพินี สนธิกำลังกว่า 50 นาย พร้อม ป.ป.ส. ตม. กรมการจัดหางาน หน่วยข่าวกรองทหาร และภาคีเครือข่าย บุกตรวจสถานบันเทิง 2 แห่งในซอยราชดำริ 1 หลังได้รับร้องเรียนลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาต พบลูกค้าชาวต่างชาติกว่า 100 คน ก่อนดำเนินคดีพนักงาน 15 ราย และพบนักท่องเที่ยวปัสสาวะสีม่วง 1 คน
.
พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี พร้อม พ.ต.ท.เอกภณ พุทธิกุล รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สน.ลุมพินี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยข่าวกรองทหาร นำกำลังกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นสถานบันเทิง 2 แห่ง ภายในซอยราชดำริ 1
.
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ มี นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด นายพีรพล กนกวลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และโฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ รวมถึง นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ร่วมสังเกตการณ์และติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
.
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่า สถานบันเทิงทั้งสองแห่งลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีชาวต่างชาติเป็นผู้ดูแลกิจการ
.
จากการตรวจสอบพบลูกค้าภายในร้านเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชายและหญิงรวมกว่า 100 คน ส่วนใหญ่อยู่ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ เบื้องต้นพบผู้มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง 1 ราย จึงดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ขณะที่การตรวจค้นภายในร้านไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่น
.
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า สถานบันเทิงทั้ง 2 แห่งไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ โดยร้านเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน มีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ขณะที่ผู้จัดการและผู้ดูแลร้านเป็นคนไทย
.
เจ้าหน้าที่ยังพบความผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว โดยพนักงานบางรายมีใบอนุญาตทำงานไม่ตรงกับนายจ้างที่ระบุไว้ และบางรายทำงานในลักษณะอาชีพสงวนของคนไทย จึงดำเนินคดีกับพนักงานรวม 15 ราย พร้อมดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวที่ตรวจพบสารเสพติดอีก 1 ราย ก่อนขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบเปิดสถานบริการผิดกฎหมายต่อไป.