เมื่อ : 19 ก.ค. 2569

”รมว.ซาบีดา” ลงพื้นที่เชียงใหม่รับฟังความคิดเห็นเครือข่ายชาติพันธุ์ เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย เร่งตั้งสภาคุ้มครองชาติพันธุ์ให้เสร็จภายใน ก.ย. นี้
.
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 พร้อมรับฟังข้อเสนอจากพี่น้องเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 10 กลุ่ม ย้ำจุดยืนกระทรวงวัฒนธรรม เร่งเดินหน้าบังคับกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นหลักประกันและแก้ไขปัญหาให้กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน 
.
โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมลงพื้นที่
.
นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้กำหนดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน โดยจะเปิดรับขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ผ่านระบบออนไลน์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นจะดำเนินการเลือกตัวแทนสมาชิกสภาและสรรหากรรมการผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์เข้าสู่สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทยให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน ซึ่งจะส่งผลให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ครบองค์ประกอบ และพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ
.
”ข้อเสนอจากพื้นที่จริงของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในวันนี้ เป็นโจทย์สำคัญที่กระทรวงวัฒนธรรม จะนำไปจัดทำแผนแม่บทด้านชาติพันธุ์ของประเทศระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) กระทรวงวัฒนธรรมจะใช้แผนแม่บทนี้เป็นเครื่องมือบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและการแก้ปัญหาตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนชาติพันธุ์อย่างแท้จริง กฎหมายฉบับนี้คือหมุดหมายสำคัญในการยกระดับสังคมไทย เพื่อเปลี่ยนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าวทิ้งท้าย